นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศ พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,795 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม/วินาที) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังประมาณ 99 ลบ.ม/วินาที รวมถึงปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาต่าง ๆ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,261 ลบ.ม/วินาที โดยกรมชลประทานบริหารจัดการระบายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกรวมประมาณ 511 ลบ.ม/วินาที และระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,750 ลบ.ม/วินาที
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงบริหารการระบายน้ำโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ สถานการณ์ฝน และศักยภาพของระบบชลประทานเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันยังควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไม่เกิน 2,000 ลบ.ม/วินาที ตามกรอบที่ได้ขออนุญาตคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไว้ เพื่อให้การระบายน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ และลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนและพื้นที่ลุ่มต่ำให้มากที่สุด
ด้านการบริหารจัดการน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันตก ปัจจุบันระบายน้ำเข้าแม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำพลเทพประมาณ 60 ลบ.ม/วินาที เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนมีฝนตกและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงอาจยังไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้ในช่วงเวลานี้ ส่วนแม่น้ำน้อยระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบรมธาตุประมาณ 120 ลบ.ม/วินาที เพื่อช่วยลำเลียงน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน และทยอยรับน้ำเข้าสู่พื้นที่ที่สามารถรองรับน้ำได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ได้แก่ ทุ่งผักไห่ ทุ่งป่าโมก และทุ่งเจ้าเจ็ด รวมรับน้ำแล้วประมาณ 9.5 ล้าน ลบ.ม
ส่วนการบริหารจัดการน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออก ปัจจุบันระบายน้ำเข้าคลองชัยนาท – ป่าสัก ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ประมาณ 186 ลบ.ม/วินาที และผ่านประตูระบายน้ำเริงรางประมาณ 180 ลบ.ม/วินาที ส่งลงสู่แม่น้ำป่าสัก รวมทั้งรับน้ำเข้าคลองชัยนาท – อยุธยา ผ่านประตูระบายน้ำมหาราชประมาณ 55 ลบ.ม/วินาที และรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ในอัตรา 144 ลบ.ม/วินาที พร้อมทยอยรับน้ำเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วน ได้แก่ ทุ่งเชียงราก และทุ่งท่าวุ้ง รวมประมาณ 2.1 ล้าน ลบ.ม
นายวิทยา กล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,800–2,200 ลบ.ม/วินาที และคาดว่าปริมาณน้ำจะสูงสุดประมาณวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ประมาณ 2,000 ลบ.ม/วินาที ก่อนมีแนวโน้มทยอยลดลงตามลำดับ ดังนั้น กรมชลประทานจึงได้เตรียมความพร้อมและวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น