เปิดโฉมรัฐมนตรี แก้ปัญหาน้ำท่วม เช็กรายจังหวัด ใครดูแล
น้ำท่วม 22 จังหวัด กระทบกว่า 84,600 คน เปิดโฉมรัฐมนตรี 5 คณะกรรมการน้ำท่วมรายภาคตามคำสั่งนายกฯ อนุทิน ภาคกลาง "เอกนิติ-ภราดร" แบกหนักสุด 9 จังหวัด
- นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการ 5 คณะ แบ่งตามภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 22 จังหวัด โดยมีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นประธาน
- คณะกรรมการภาคกลาง นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รับผิดชอบจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด 9 จังหวัด
- คณะกรรมการภาคตะวันออก (ประธาน: สุชาติ ชมกลิ่น) ดูแล 7 จังหวัด, ภาคเหนือ (ประธาน: ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) 5 จังหวัด และภาคอีสาน (ประธาน: ทรงศักดิ์ ทองศรี) 1 จังหวัด
- กรุงเทพมหานครไม่ได้อยู่ในโครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษที่บริหารจัดการเอง
26 กันยายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยที่ยังกินพื้นที่ 22 จังหวัด กระทบประชาชนกว่า 84,600 คน หน่วยงานด่านหน้าคือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในกำกับของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
แต่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรายพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 275/2569 แต่งตั้ง คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ระดับภูมิภาค จำนวน 5 คณะ แบ่งความรับผิดชอบตามภาค โดยแต่ละคณะมีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่อำนวยการ สั่งการส่วนราชการ เฝ้าระวัง กำกับ ติดตาม และรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี
เมื่อทาบแผนที่น้ำท่วม 22 จังหวัดลงบนคำสั่งฉบับนี้ พบว่าจังหวัดที่กำลังเดือดร้อนกระจายอยู่ในความดูแลของ 4 คณะ ดังนี้
คณะภาคกลาง "เอกนิติ–ภราดร" แบกหนักสุด 9 จังหวัด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ ภาคกลาง โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน คณะนี้ดูแลจังหวัดน้ำท่วมมากที่สุดถึง 9 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สระบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และ สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น
คณะภาคตะวันออก "สุชาติ–เจเศรษฐ์" คุม 7 จังหวัด รวมจุดน้ำขึ้น 2 แห่ง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะกรรมการฯ ภาคตะวันออก โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ผู้กำกับ ปภ. เป็นรองประธาน สวมสองบทบาททั้งด่านหน้าและระดับนโยบายในภาคเดียวกัน
คณะนี้ดูแล 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว (สองจังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น) รวมถึง ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และ ปราจีนบุรี
คณะภาคเหนือ "ยศชนัน–สุริยะ" ดูแล 5 จังหวัด
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ ภาคเหนือ โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน และ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ ร่วมเป็นกรรมการ คณะนี้ดูแลจังหวัดน้ำท่วม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์ และ อุทัยธานี ซึ่งส่วนใหญ่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวถึงลดลง
คณะภาคอีสาน "ทรงศักดิ์" ดูแลนครราชสีมา
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เป็นรองประธาน คณะนี้มีจังหวัดน้ำท่วมในความดูแล 1 จังหวัด คือ นครราชสีมา ซึ่งระดับน้ำลดลงแล้ว
คณะภาคใต้ "พิพัฒน์" ยังไม่มีจังหวัดท่วมรอบนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ ภาคใต้ โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นรองประธาน แม้ยังไม่มีจังหวัดในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรอบนี้ แต่ยังต้องเฝ้าระวังในช่วงมรสุมภาคใต้
สรุปคณะกรรมการ–จังหวัดน้ำท่วมที่รับผิดชอบ
รวม 22 จังหวัด
องค์ประกอบคณะกรรมการ–กทม.นอกโครงสร้าง
แต่ละคณะยังประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ แม่ทัพภาค ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค และผู้แทนฝ่ายทหาร ร่วมเป็นกรรมการ โดยมี รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรรมการและเลขานุการ นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานส่วนกลางอีก 18 หน่วย ตั้งแต่กระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ไปจนถึง กฟผ. ร่วมเป็นกรรมการทุกคณะ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ที่ยังมีจุดน้ำท่วมขังบนผิวจราจร 44 จุด รวมถึงจุดวิกฤตบนถนนแจ้งวัฒนะ ไม่ได้อยู่ในโครงสร้างคณะกรรมการรายภาคชุดนี้ เนื่องจากเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษที่ กทม. บริหารจัดการเอง