คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครราชสีมา · เปลี่ยน

มท.4 โต้ ‘กินรวบ โกยเรียบ’ ซัดรบ.เก่าดีแต่แก้รายวัน แต่ขณะนี้ได้ล้างบ้านสะสมปัญหา 10-15 ปี

ที่มา: มติชน

มท.4 โต้กล่าวหา ‘กินรวบ โกยเรียบ’ ซัดรบ.เก่าดีแต่แก้รายวัน แต่ขณะนี้ได้ล้างบ้านสะสมปัญหา 10-15 ปี เท้งยังกั๊กยื่นซักฟอก ม.152 ครม.สัญจรอุดรฯถก 170 โครงการ 5 จว.อีสานบนกว่า 7.8หมื่นล.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ จ.หนองคาย ถึงการเตรียมพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา151 ว่า ในส่วนรัฐบาลเตรียมทุกเรื่องอยู่แล้วไม่ได้มีความกังวลหรือต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษมากมาย เพราะทุกอย่างที่ทำงานมาตั้งแต่ต้น เป็นการทำงานตามข้อเท็จจริง ดังนั้น ข้อมูลมีทั้งหมดอยู่แล้ว มีทุกเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีฝ่ายค้านออกแคมเปญ ว่ารัฐบาลกินรวบ โกยเรียบ รัฐมนตรีในรัฐบาลดีแต่แก้ปัญหารายวัน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริงๆ มีหลายประเด็นที่ผ่านมารัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้ามาแตะต้อง เพราะเชื่อว่ามันเป็นแหล่งผลประโยชน์ และเป็นเครือข่ายที่ฝังรากลึกมานาน อย่างเช่นเรื่องสัญชาติ ที่ขณะนี้รัฐบาลได้เข้ามารื้อ หรือที่เรียกว่าล้างบ้านทั้งหมด และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพิ่งเกิดวันนี้ แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัย 10 – 15 ปีที่ผ่านมา อย่างเช่นเรื่องพ่อทิพย์ ที่คนต่างชาตินำเงินมาแล้วสุดท้ายวิธีการแปลงสัญชาติตัวเองจนนำไปสู่การตั้งรกรากในพื้นที่โดยมิชอบ ฉะนั้น จะมาบอกรัฐบาลแก้ปัญหารายวันคงไม่ใช่ เพราะบางเรื่องเรารื้อมาตั้งแต่ต้น ที่สำคัญ ไม่ใช่ว่าเราเข้ามาแก้แล้วทิ้ง แต่กำลังสร้างระบบป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ซึ่งเราเห็นว่าหลายเรื่องที่ผ่านมามันเละเทะแค่ไหน เรามารื้อ เราเจอปัญหาอะไรบ้าง และมาแก้ปัญหา

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า เป็นช่องทางหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านสามารถใช้กลไกในสภาได้ ส่วนตัวคิดว่าหัวใจสำคัญในเวลานี้คือรัฐบาลจะต้องเคารพและให้ความสำคัญกับกลไกสภามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเวทีการอภิปรายตามมาตรา 151 และมาตรา 152 หรือแม้แต่เวทีอื่นๆ เช่น การตอบคำถามของกรรมาธิการหรือการตอบกระทู้ในสภา จะเห็นพฤติกรรมและพฤติการณ์ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีเอง ที่อาจให้ความสำคัญกับเวทีสภาน้อยมาก หรือแทบจะไม่ให้ความสำคัญเลย

“จะเห็นว่าเวลานายกฯ เข้าสภาแทนที่จะไปอยู่บนบัลลังก์เพื่อตอบกระทู้ถาม แต่นายกฯ กลับใช้เวลาในสภาเพื่อเดินทักทาย สส.ในห้องประชุม กลายเป็นว่าเข้าสภาแล้วก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง หรือทำหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ในส่วนนี้ผมมองว่าไม่ว่าจะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 หรือไม่ยื่น ก็ยืนยันว่าเป็นกลไกหนึ่งในบรรดากลไกที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์พุ่งเป้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 มากกว่ามาตรา 152 นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับทุกเวทีและทุกช่องทาง ส่วนการแสดงความคิดเห็นจากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถให้ความคิดเห็นได้ แต่สุดท้ายจะยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไร ตนเห็นว่าต้องดูบริบทตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าเวทีอภิปรายตามมาตรา 152 ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่อาจใช้เป็นเวทีตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน

ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่าการประชุมร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายรวม 170 โครงการ วงเงินรวมกว่า 78,461 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ด้าน คือ เกษตรและอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด โดยจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม. สัญจร)จัดขึ้นที่ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 3 พฤศจิกายน

ความคิดเห็น