พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ทำงานสืบสวนเชิงรุก ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมุ่งเน้นให้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่มีคนต่างด้าวเกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง การค้ามนุษย์ หรือการมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด และ เพื่อจัดระเบียบคนต่างด้าว ในการเข้ามาพำนัก การทำงาน โดยมุ่งป้องกันและปราบปรามการหลบหนีเข้าเมือง การอยู่เกินกำหนด การใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ การสวมสิทธิ์ การใช้เอกสารโดยมิชอบ ตลอดจนการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
คืนวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม บูรณาการร่วมกับ จัดหางานจังหวัดนครพนม และ สภ.ศรีสงคราม ภ.จว.นครพนม ร่วมลงพื้นที่ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เอกซเรย์ร้านคาราโอเกะ ร้านน้ำฝนคาราโอเกะ เลขที่ 260 หมู่ 9 ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม และ ร้านหอมน้ำคาราโอเกะ เลขที่ 47 หมู่ 9 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยส่งสายลับเข้าไปแฝงทำทีเป็นลูกค้า จากการสอบถามพูดคุยจนแน่ชัดว่าเด็กเสริฟในร้านคาราโอเกะทั้ง 2 แห่ง เป็นคนต่างด้าว (สัญชาติลาว) จึงได้นำกำลังชุดจับกุมเข้าแสดงตัว ทั้ง 2 ร้าน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ร้านได้ทั้งหมด 9 ราย แยกเป็น นายจ้างคนไทย 2 ราย คือ นาย ก. อายุ 49 ปี “รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่สิทธิ์จะทำได้” และ นาย ข. อายุ 67 ปี จับกุมในข้อหา “รับคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และ รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่สิทธิ์จะทำได้” ส่วนอีก 7 ราย เป็นหญิงสาวสัญชาติลาว แต่ละคนมีความผิดต่างกันแยกได้ ดังนี้คือ นาง ค. อายุ 26 ปี, นาง ง. อายุ 27 ปี, นาง จ. อายุ 22 ปี, นาง ฉ. อายุ 25 ปี และ นาง ช. อายุ 35 ปี เข้ามาในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว (ผ.ผ.30) ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” อีก 2 ราย คือ นาง ซ. อายุ 20 ปี และ นาง ฌ. อายุ 35 ปี ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง จึงถูกจับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” จากนั้นก็ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เพื่อดำเนินคดีต่อไป
การดำเนินการของ ตม.จว.นครพนม ดังกล่าวข้างต้นเป็นภายใต้การบัญชาการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.นครพนม ที่ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม พร้อมด้วยทีมงานสืบสวนปรามปราม ตม.จว.นครพนม ลงพื้นที่เข้มงวนกวดขันเพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงในพื้นที่
หากพบเบาะแสบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัยโดยเฉพาะเกี่ยวกับคนต่างด้าว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดแต่ละพื้นที่ หรือที่สายด่วน สตม. 1178