คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครพนม · เปลี่ยน

เรียกคืนความเชื่อมั่น! Binance จัดหาสินทรัยพ์ชดเชยที่ถูกแฮ็กแล้ว 90% FBI ชี้ฝีมือเกาหลีเหนือ

ที่มา: มติชน

เรียกคืนความเชื่อมั่น! Binance จัดหาสินทรัยพ์ชดเชยที่ถูกแฮ็กแล้ว 90% FBI ชี้ฝีมือเกาหลีเหนือ

ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอเรนซีรายใหญ่ของโลกจากประเทศจีนระบุเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า บริษัทสามารถจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนสินทรัยพ์ที่ถูกขโมยไปได้เป็นจำนวน 90% จากการแฮ็กแพลตฟอร์มครั้งประวัติศาสตร์มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.12 แสนล้านบาทโดยใช้เงินทุนของบริษัทเข้าซื้อโทเคนชุดใหม่

บริษัทระบุในแถลงการณ์ที่โพสต์บน X ว่า ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า ซึ่งหมายความว่าอาจต้องใช้เวลาในการจัดซื้อนานกว่าส่วนอื่น

ริชาร์ด เต็ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของไบแนนซ์ ระบุบน X เมื่อวันเสาร์ว่า ขณะนี้เราได้จัดหาสินทรัพย์มาทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปแล้ว 90% และเรามุ่งมั่นที่จะชดเชยส่วนที่เหลืออีก 10% ด้วย ผู้ใช้บริการของเราจะไม่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ราคาสกุลเงินดิจิทัลต่างพากันปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ ขณะที่ไบแนนซ์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก พยายามสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเงินทุนของพวกเขายังคงปลอดภัย หลังจากสูญเสียสินทรัพย์คริปโตมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์จากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งนักวิเคราะห์และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระบุว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้ก่อเหตุ

เอฟบีไอระบุเมื่อวันเสาร์ว่า หน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ เทรดเดอร์เทรเตอร์ (TraderTraitor) เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพบสมาชิกของหน่วยดังกล่าวกำลังแปลงสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปเป็นสกุลเงินดิจิทัลอีเธอเรียม(Ethereum) และคาดว่าจะมีการฟอกเงินเพิ่มเติมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

เต็งกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การเจาะระบบครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับแล็ปท็อปที่ถูกเจาะระบบ และซอฟต์แวร์อันตรายที่ออกแบบมาเพื่อลบร่องรอยการทำงานของตัวเอง ทำให้การติดตามและการสอบสวนทำได้ยากขึ้น

หลังเกิดเหตุแฮ็กดังกล่าว ไบแนนซ์ได้ระงับการถอนเงินทุนของลูกค้าเป็นการชั่วคราว แต่ได้แจ้งเมื่อวันเสาร์ว่า ยังคงดำการตามแผนเดิมที่จะกลับมาเปิดให้ถอนเงินได้อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน โดยไบแนนซ์ระบุว่า ได้จัดสรรเงินทุนของบริษัทไว้ประมาณ 6.34 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ไบแนนซ์ระบุบน X ว่า เงินทุนที่นำไปใช้ซื้อโทเคนกลับคืนมาจากหลายแหล่ง โดยเงินส่วนหนึ่งจากกองทุน Secure Asset Fund for Users (SAFU) มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินสำรองในรูปบิตคอยน์ที่บริษัทถือไว้เพื่อคุ้มครองลูกค้าในกรณีเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย รวมถึงเงินบางส่วนจากกองทุนประกันภัยสำหรับการซื้อขายล่วงหน้า (Futures Insurance Fund) และเงินทุนสำรองของบริษัทเอง

ไบแนนซ์ยังระบุด้วยว่า บริษัทได้จัดทำภาพรวมสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่บนแพลตฟอร์มขึ้นใหม่ โดยใช้ข้อมูล ณ เวลา 00.00 น. ตามเวลาเฉลี่ยกรีนิช (จีเอ็มที) ของวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิสูจน์เงินสำรอง (Proof of Reserves)

บริษัทระบุว่า ผู้ใช้ที่ถือครองโทเคน 10 รายการที่ระบุไว้ ได้แก่ บิตคอยน์ (BTC), อีเธอเรียม (ETH), เทเธอร์ (USDT), บีเอ็นบี (BNB), โซลานา (SOL), ยูเอสดีซี (USDC), เอ็กซ์อาร์พี (XRP), ยูเอสดี1 (USD1), อาร์แอลยูเอสดี (RLUSD) และซีแคช (ZEC) จะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินทรัพย์ของตนได้รับการค้ำประกันในอัตราส่วนอย่างน้อย 1 ต่อ 1 เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลพิสูจน์เงินสำรองฉบับเต็มออกมาแล้ว

ความคิดเห็น