เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุลักทรัพย์โรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่งในพื้นที่อำเภอเมือง จ.นครพนม ติดต่อกันแค่ข้ามคืน สร้างความหวาดผวาและความเดือดร้อนให้แก่ครู บุคลากร รวมถึงชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันเหตุของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 29 กันยายน 2569 คนร้ายได้ปีนกำแพงโรงเรียนบ้านเหล่าภูมีคำธาตุ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ก่อนเข้าไปขโมยพระพุทธรูปประจำโรงเรียน สูงกว่า 1 เมตร น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าเสาธงหลบหนีไป
นายกาญจนศักดิ์ ดวงสา อายุ 33 ปี ครูชำนาญการ เปิดเผยว่า ช่วงเช้านักเรียนวิ่งมาแจ้งว่าพระพุทธรูปหายไป ซึ่งบริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะปกติจะติดไว้รอบอาคารเรียน ไม่คิดว่าจะมีคนร้ายใจบาปมาขโมยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ครูและนักเรียนเคารพบูชา พร้อมระบุว่าสงสัยคนในหมู่บ้าน 2 คน ซึ่งถือเป็น “ขาประจำ” ที่เข้ามาก่อเหตุถี่แบบเดือนเว้นเดือนหรือทุก 2-3 เดือน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ขโมยตั้งแต่คอมเพรสเซอร์แอร์ สายไฟ งัดห้องทำงาน ไปจนถึงแก้วน้ำ ซึ่งทุกครั้งมีหลักฐานกล้องวงจรปิดเห็นหน้าชัดเจนและแจ้งความดำเนินคดีจนถูกจับ แต่ติดคุกเพียงไม่กี่เดือนก็ออกมาติดยาและก่อเหตุซ้ำอีก จึงอยากวอนให้คนร้ายนำพระพุทธรูปมาคืนที่เดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ยังไม่ทันที่คดีแรกจะคลี่คลาย วันรุ่งขึ้น (30 ก.ย. 69) เกิดเหตุลักทรัพย์ซ้ำที่โรงเรียนบ้านสร้างหิน ต.นาราชควาย โดยชาวบ้านหน้าโรงเรียนเห็นคนร้ายลักษณะผอม ผมยาว ขี่จักรยานปั่นเข้ามาภายในโรงเรียน ก่อนแอบถอดปั๊มน้ำของโรงเรียนหลบหนีไปอย่างลอยนวล
นายปรเมษฐ์ แก่นบุตร อายุ 40 ปี ครูโรงเรียนบ้านสร้างหิน กล่าวว่า ช่วงเช้าภารโรงจะมาเปิดอาคารและเปิดเครื่องไดร์น้ำเพื่อรดน้ำต้นไม้ แต่พบว่าไม่มีเสียงทำงาน เมื่อเดินไปดูก็พบว่าปั๊มน้ำถูกถอดหายไปแล้ว คาดว่าเป็นฝีมือคนต่างพื้นที่จากหมู่บ้านใกล้เคียง ขณะที่ นายสารท ทำอยู่ อายุ 72 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านสร้างหิน ระบุว่า ปัจจุบันในพื้นที่มียาเสพติดระบาดหนัก ทำให้เกิดขโมยเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้ 2-3 วัน ก็เพิ่งมีเหตุตัดสายไฟ จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หมั่นเข้ามาตรวจตราและกวดขันพื้นที่ให้มากกว่านี้
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน 2 วันติด ทำให้ชาวบ้านและครูในพื้นที่เกิดความหวาดวิตก และตั้งคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการความปลอดภัย เนื่องจากโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่กลับกลายเป็นเป้าหมายของคนร้ายได้ง่ายดาย ประชาชนจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งลงพื้นที่สืบสวน ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก