คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครพนม · เปลี่ยน

นครพนม เปิดศึกชิงบัลลังก์ “จ้าวลำน้ำโขง 2569” ฝีพาย 12 ลำ ประชัน ...

ที่มา: เดลินิวส์

ที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านอาจสามารถ หมู่ 5 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ดร.เดือน มนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานประเพณีแข่งขันเรือยาว “ศึกจ้าวลำน้ำโขง” ประจำปี 2569 พร้อมลั่นฆ้องชัยปล่อยขบวนพาเหรดเรือ เพื่อประกอบพิธีตีช้างน้ำนอง โดยมีนายอนุชิต หงษาดี นายก อบจ.นครพนม นายปรีชา ศรีสงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอาจสามารถ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนจากทั้ง 11 หมู่บ้าน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายปรีชา ศรีสงค์ นายก อบต.อาจสามารถ กล่าวว่า ประเพณีแข่งขันเรือยาว หรือ “บุญส่วงเฮือ” เป็นประเพณีสำคัญของชาวตำบลอาจสามารถที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีความผูกพันกับสายน้ำมาแต่โบราณ

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาวให้คงอยู่คู่ชุมชน ส่งเสริมความรัก ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเวทีให้ฝีพายจากหมู่บ้านต่าง ๆ ได้ประชันความเร็วและแสดงศักยภาพ ตลอดจนส่งเสริมสุขภาพ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนจังหวัดนครพนมกับประชาชนแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับการแข่งขันเรือยาวให้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน สร้างรายได้ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับการแข่งขันปีนี้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เรือยาวภายในตำบลอาจสามารถ ไม่เกิน 35 ฝีพาย จำนวน 4 ลำ และ เรือยาวประเภททั่วไป ไม่เกิน 35 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ รวมทั้งสิ้น 12 ลำ โดยใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านอาจสามารถ หมู่ 5 เป็นสนามประลองกำลังและความเร็ว ระหว่างวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากชาวตำบลอาจสามารถเป็นอย่างดี โดยใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลอาจสามารถในการจัดงาน

ด้าน ดร.เดือน มนพร เจริญศรี กล่าวชื่นชมชาวตำบลอาจสามารถที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงพลังความสามัคคีและความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณให้คงอยู่กับคนรุ่นหลัง

โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ซึ่งมีประเพณีแข่งขันเรือยาวผูกพันกับเทศกาลออกพรรษาและงานประเพณีไหลเรือไฟเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกัน ชาวตำบลอาจสามารถยังมีเรือยาวประจำหมู่บ้านหลายลำ และนำเข้าร่วมการแข่งขันในสนามต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ดร.เดือน กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันเรือยาวไม่ได้มีความสำคัญเพียงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนหันมาออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข รวมทั้งเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง และผลักดันเรือยาวของท้องถิ่นให้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับประเทศ

ความคิดเห็น