นครพนม – สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) ผนึกกำลังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนครพนม เตรียมจัดงาน “มหกรรมการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ” (Border Trade & International Logistics Expo) อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 หวังยกระดับนครพนมสู่ศูนย์กลางการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมเส้นทางเศรษฐกิจไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดสากล
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำการสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ได้มีการแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว โดยมีภาคีเครือข่ายด้านเศรษฐกิจ การค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญหลากหลาย อาทิ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เวทีเสวนาหัวข้อ “โลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง : เชื่อมไทย-ลาว-จีน สู่โอกาสการค้าแห่งอนาคต” การให้คำปรึกษาด้านการนำเข้า-ส่งออกและระบบโลจิสติกส์ เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการค้าชายแดน ตลอดจนพิธีสถาปนาสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าและบริการมาจัดแสดงและจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหาร ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า SME ธุรกิจยานยนต์ การท่องเที่ยว ตลอดจนนวัตกรรมด้านสุขภาพและเวลเนส (Wellness)
นางสาวสุภรา พชรพลเขมทัต นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) กล่าวว่า สมาคมฯ เกิดจากการรวมตัวของผู้ประกอบการที่ทำงานจริงในพื้นที่ มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือและแก้ไขปัญหาให้กับภาคธุรกิจ พร้อมผลักดันศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครพนมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
“การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภาคอีสาน สมาพันธ์ SME แห่งประเทศไทย ภาคอีสาน และเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยวันที่ 8 ตุลาคมนี้ จะเป็นวันสำคัญของการสถาปนาสมาคม MEDA อย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนอย่างยั่งยืน” นางสาวสุภรา กล่าว
ด้าน นายโชติธนินท์ อรุณธนเขมพัฒน์ อุปนายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) กล่าวว่า นครพนมถือเป็นเมืองการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่ที่ผ่านมา ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งผู้ประกอบการขนส่ง ตัวแทนพิธีการศุลกากร เกษตรกร SME และภาควิชาการ ยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้จังหวัดสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในหลายมิติ
ด้วยเหตุนี้ MEDA จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ในการเชื่อมโยงห่วงโซ่เศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สนับสนุนการค้า การขนส่ง และการท่องเที่ยว เชื่อมเส้นทางจากนครพนมผ่าน สปป.ลาว และเวียดนาม ไปยังประเทศจีน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
นายโชติธนินท์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงเส้นทาง R12 ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญด้านการค้าและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลไทยได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 1,900 ล้านบาท ให้ สปป.ลาว ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางระยะทาง 147 กิโลเมตร จากเมืองท่าแขกถึงด่านนาเพ้า-จาลอ ชายแดนเวียดนาม ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วเกือบ 40% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571
เมื่อโครงการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเปิดประตูสู่เครือข่ายเศรษฐกิจไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะที่ นางวนัสภรณ์ ชัย เลขาธิการสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) กล่าวว่า งานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องการค้าชายแดนหรือโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ต้องการ “เชื่อมคน เชื่อมโอกาส และเชื่อมเศรษฐกิจ” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคเกษตร ผู้ประกอบการชุมชน ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
ด้าน นายภูวนาทร์ บุญเลิศ ตัวแทนสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนครพนม กล่าวว่า สมาพันธ์ฯ ได้ร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดนครพนม รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เช่น บึงกาฬ สกลนคร หนองคาย และอำนาจเจริญ เข้าร่วมออกบูธแสดงสินค้าและร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าและนักลงทุนจาก สปป.ลาว และเวียดนาม
ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ เรียนรู้กระบวนการค้าระหว่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่จะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครพนมและพื้นที่ลุ่มน้ำโขงในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงาน สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MEDA) ได้เปิดพื้นที่ให้เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจและผลักดันนครพนมสู่ประตูการค้าสำคัญของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรม