แตกตื่น! ลุงวัย 66 เมายิงแบลงก์กันสนั่นวัด ชาวบ้านเผยชนวนเหตุ ทะเลาะกันในเน็ต ปมซ่อมถนน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 ต.ค.69 ร.ต.ท.สันติ ธูปหอม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท และ มีเสียงดังคล้ายเสียงปืน ดังขึ้น 1 นัด ภายในวัดไก่ หมู่ 3 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะกำลังมีการจัดงานศพภายในวัดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากมุ่งดูเหตุการณ์และได้ควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนเอาไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายสมนึก อายุ 66 ปี พร้อมอาวุธปืน “ปืนแบลงก์กัน” และกระสุนปืน จำนวน 4 นัด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมนึก ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายมึนเมา พูดจาวกวนไปมายอมรับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงลงพื้นจริง โดยอ้างว่าต้องการยิงเพื่อให้เกิดเสียงประกาศให้เพื่อนทราบว่าตนเองอยู่บริเวณดังกล่าว พร้อมยืนยันเสียงแข็งว่าไม่มีเจตนาจะทำร้ายหรือฆ่าใคร และไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น
นายชัยวัต สุขีโสต สารวัตรกำนันตำบลหันสัง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า หลังพิธีสวดศพเสร็จสิ้น ผู้ที่มาร่วมงานส่วนหนึ่งยังนั่งพูดคุยกันอยู่ กระทั่งนายสมนึก เดินเข้ามา ก่อนควักอาวุธปืนออกมา พร้อมกับบอกว่า “มึงอยากลองไหมล่ะ” จากนั้น สะบัดปืนและยิงออกมา 1 นัด ตนจึงรีบเข้าไปล็อกตัวทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก โชคดีที่กระสุนไม่ได้ถูกใคร แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เด็กที่นั่งอยู่ด้านหลังตกใจและหวาดระแวงอย่างมาก
ด้าน น.ส.วิมลวรรณ อายุ 45 ปี ชาวบ้านผู้เสียหาย เปิดเผยถึงชนวนเหตุในครั้งนี้ว่า น่าจะมาจากปัญหาการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดในโซเชียล สืบเนื่องจากมีการปรับปรุงซ่อมแซมถนนทางเข้าหมู่บ้าน มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนเละเป็นโคลนตม ชาวบ้านเดือดร้อนหนักในการสัญจร เธอจึงโพสต์ข้อความตำหนิการทำงานของผู้รับเหมา
แต่ปรากฏว่า นายสมนึก เข้ามาคอมเมนต์เข้าข้างผู้รับเหมา สามีของตนเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วย จึงการตอบโต้ จนเกิดการโต้เถียงกันไปมา กระทั่งมาเจอกันที่งานศพ นายสมนึกได้เดินมานั่งใกล้และจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะเดินออกไปก่อเหตุดังกล่าว โดยนางสาววิมลวรรณได้เปิดโพสต์ที่ตนเองเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาให้ผู้สื่อข่าวดู
ขณะที่นายสมบัติ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมนึก ซึ่งก็เป็นคนในหมู่บ้าน เดินเข้ามาและชี้หน้าใส่ตนเอง ก่อนจะเข้าไปนั่งภายในศาลาที่มีการตั้งศพญาติของตนเอง ซึ่งได้สวดพระอภิธรรมศพจบไปแล้ว จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินไปนั่งพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ที่เก้าอี้ระหว่างที่นั่งอยู่ด้วยกัน เพื่อนบ้าน มีการสอบถาม นายสมนึก เกี่ยวกับเรื่องการพกปืน แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร กลับหยิบปืนออกมายิงขึ้นหนึ่งนัด ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวตกใจและแตกตื่น
นายสมบัติระบุว่า ก่อนจะเกิดเหตุนายสมนึก ได้เดินมาชี้หน้าใส่ตนเอง แต่ตนไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ตนเองทราบว่าอีกฝ่ายพกปืนมา ส่วนสาเหตุความขัดแย้งนั้นตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับปัญหาถนนทางเข้าหมู่บ้านที่ชำรุดจนไม่สามารถเดินทางเข้าบ้านได้อย่างสะดวก
นายสมบัติอธิบายเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้แฟนสาวของตนได้ถ่ายภาพถนนที่กำลังมีปัญหาและนำไปโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเขียนข้อความในลักษณะว่าไม่สามารถเดินทางเข้าบ้านได้ ต่อมามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ประชาชนต้องรอไปก่อน ทำให้ตนเองโพสต์ข้อความตอบกลับไปในทำนองว่า เหตุใดจึงคิดได้เพียงเท่านี้
นายสมบัติระบุว่า การโต้ตอบดังกล่าวเกิดขึ้นมานานประมาณหนึ่งเดือนแล้ว และในฐานะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากถนนในพื้นที่ ตนเองมองว่ามีสิทธิที่จะสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะถนนดังกล่าวมีการขุดเพื่อปรับปรุงและทำใหม่ โดยในช่วงที่เกิดการดำเนินงานตนเองไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากยังทำงานอยู่ และเมื่อเดินทางกลับมาที่วัดในวันเกิดเหตุ ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้เข้าควบคุมตัว นายสมนึก ไปสอบสวนต่อที่โรงพัก พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็น “ปืนแบลงค์กัน” จึง ดำเนินคดีในข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวายเเละก่อความเดือดร้อนรำคาญ/ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว