คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครปฐม · เปลี่ยน

ศาลซาอุฯ กลับคำพิพากษา “เว้นโทษประหาร” แรงงานชาวศรีลังกา-คดีหมิ่นศาสนา

ที่มา: ข่าวสด

ศาลซาอุฯ กลับคำพิพากษา – บีบีซี รายงานวันที่ 15 ต.ค. ว่า นายอรุณ เฮมาจันทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของศรีลังกา เปิดเผยว่าศาลสูงสุดซาอุดีอาระเบียได้กลับคำพิพากษาประหารชีวิต นายอโนจัน ศิวารสา แรงงานชาวศรีลังกาวัย 24 ปี ซึ่งถูกตัดสินโทษจากการแสดงความคิดเห็นทางเฟซบุ๊ก

นายศิวารสาถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังศาลอุทธรณ์ซาอุดีอาระเบียตัดสินว่านายศิวารสามีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลามและและศาสดามูฮัมหมัด

คดีนี้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลไปทั่วศรีลังกา และกระตุ้นให้เกิดความพยายามทางการทูตเพื่อขออภัยโทษ เฮมาจันทราโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กว่าศาลสูงสุดซาอุดีอาระเบียกลับคำพิพากษาโทษขั้นเด็ดขาดเมื่อวันพุธที่ 14 ต.ค. พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่และทีมกฎหมายของทั้งสองประเทศสำหรับความพยายามในการละเว้นโทษประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานชี้ชัดว่าจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายศิวารสาเพิ่มเติมหรือไม่หรือนายศิวารสาจะยังถูกควบคุมตัวต่อไปอีกนานแค่ไหน เดิมทีนายศิวารสาถูกศาลอาญาอัล-อาห์ซา พิพากษาจำคุก 5 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 3 ล้านริยัลซาอุดีอาระเบีย (ราว 27 ล้านบาท)

แต่เมื่อวันที่ 17 ก.ย. อัยการซาอุดีอาระเบียยื่นอุทธรณ์ขอให้ดำเนินคดีกับนายศิวารสาโดยใช้กฎหมายชาริอะฮ์แทนกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางไซเบอร์

ด้าน นายไฟเซอร์ มุสตาฟา สมาชิกรัฐสภาศรีลังกา ผู้มีบทบาทในการเจรจาทางกฎหมายกับฝ่ายซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับคดีของนายศิวารสา ยืนยันว่าซาอุดีอาระเบียกลับคำพิพากษาประหารชีวิตแล้ว และว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคำตัดสินล่าสุดของศาลฎีกา

ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียไว้ชีวิตนายศิวารสาด้วย นาย โจอี เชีย นักวิจัยอาวุโสขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า

“ซาอุดีอาระเบียควรยุติการใช้กฎหมายที่เอารัดเอาเปรียบในการลงโทษอย่างรุนแรงเกินควรสำหรับความผิดที่เกี่ยวข้องกับการพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในสถานะเปราะบางและได้รับการคุ้มครองอย่างจำกัด”

ความคิดเห็น