เขื่อนเจ้าพระยา ตรึงระบาย ท้ายเขื่อนยังจม พืชผักเสียหายหลาย 100 ไร่
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านจุดวัดน้ำ C2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลงวัดได้1,922ลบ.ม./วินาที
โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ตรึงอัตราการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเอาไว้ที่ 2,200ลบ.ม./วิ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนที่ระดับน้ำท่วมสูง และสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำฝนรอบใหม่ที่จะตกหนัก10-13ต.ค. ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำของ สทนช. ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง12ซ.ม. ล่าสุดวัดได้ 15.87ม.รทก. ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลดลง24ซ.ม.ในรอบ24ชม. วัดได้15.22ม.รทก.
ซึ่งการระบายน้ำในอัตรานี้จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยาจะเปลี่ยนแปลงลดลง 10-30 ซ.ม. และจากสถนการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 4 ตำบลท้ายเขื่อนของ อ.สรรพยา ที่มีระดับความลึก 0.40-1.20ม.และกินเวลามาเข้าวันที่10
จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พืชสวนของชาวบ้านที่ปลูกเอาไว้กินในครอบครัวและแบ่งขายเป็นเศรษฐกิจครัวเรือนถูกน้ำท่วมเสียหายรวมหลายร้อยไร่ มีทั้งผักสวนครัว มะละกอ และที่มีมากคือกล้วยที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้
และแม้ว่าระดับน้ำ เริ่มลดลงจากการลดการระบายของเขื่อนเจ้าพระยา แต่ชาวบ้านในพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้ง4ตำบลของ อ.สรรพยาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ น้ำจึงยังไม่มีใครคิดจะขนข้าวของอพยพกลับเข้าบ้านในระยะนี้ ส่วนเรื่องของเงินเยียวยา ชาวบ้านก็อยากให้ภาครัฐเร่งโอนให้เพื่อที่จะได้นำไปใช้จ่ายในช่วงที่กำลังยากลำบากในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จ.ชัยนาทได้ประกาศ ให้8อำเภอเป็นพื้นที่ประสพภัยพิบัติฉุกเฉิน อุทกภัย ตามระเบียบราชการ เพื่อจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมายประกอบด้วย อ.เมืองชัยนาท อ.มโนรมย์ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.วัดสิงห์ อ.สรรคบุรี อ.เนินขาม อ.หนองมะโมง และ อ.หันคา รวม 51ตำบล จำนวน 354หมู่บ้าน จำนวน 8,440ครัวเรือน ผู้ได้รับผลกระทบ 24,222คนและพื้นที่เกษตรเสียหาย 117,525ไร่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลถูกน้ำท่วม3แห่ง วัด8แห่ง โรงเรียน15แห่ง มีผู้อพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ริมถนนแล้วกว่า 800ครอบครัว