คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครนายก · เปลี่ยน

เจาะขุมพลังใหม่ Isuzu 2.2 Biturbo 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ลง D-MAX และ MU-X

ที่มา: ไทยรัฐ

อีซูซุเปิดเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมปรับระบบฉีดเชื้อเพลิง การระบายความร้อน และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ประเดิมใน D-MAX และ MU-X รุ่นใหม่ ชูความประหยัดเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ลิตรในสภาวะนอกเมือง

เจาะเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo แรงบิด 500 นิวตันเมตร เริ่มที่ 1,600 รอบ

เครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600–2,600 รอบต่อนาที

ระบบอัดอากาศแบบ Biturbo ประกอบด้วย เทอร์โบแรงดันต่ำแบบแปรผัน หรือ VGS Low-pressure Turbo ทำงานร่วมกับ เทอร์โบแรงดันสูง หรือ High-pressure Turbo ซึ่งอีซูซุระบุว่าช่วยเพิ่มการตอบสนองขณะออกตัว เร่งแซง และการใช้กำลังฉุดลาก

เมื่อพิจารณาจากตัวเลข แรงบิดสูงสุดที่เริ่มตั้งแต่ 1,600 รอบต่อนาทีเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการใช้งานรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ โดยเฉพาะจังหวะที่ต้องเรียกกำลังในช่วงรอบต่ำถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การตอบสนองจริงยังต้องพิจารณาร่วมกับน้ำหนักรถ อัตราทดเกียร์ และสภาพการขับขี่ของแต่ละรุ่น

รายละเอียดหลักของเครื่องยนต์ใหม่ มีดังนี้

- เครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo

- ขนาดเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร

- ระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ ประกอบด้วยเทอร์โบแรงดันต่ำแปรผัน และเทอร์โบแรงดันสูง

- ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที

- แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600–2,600 รอบต่อนาที

- ระบบฉีดเชื้อเพลิง Gi-BOOST หัวฉีด 10 รู แรงดันสูงสุด 250 MPa

- เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ปรับจูนใหม่ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก

- รองรับไบโอดีเซล B20

หัวฉีดใหม่ 250 MPa พร้อมปรับจูนเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

ด้านระบบจ่ายเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ใหม่ใช้เทคโนโลยี Gi-BOOST พร้อมหัวฉีดแบบ 10 รู รองรับแรงดันฉีดสูงสุด 250 MPa หรือประมาณ 2,500 บาร์ โดยอีซูซุระบุว่าพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้

ระบบส่งกำลังมี เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ที่ปรับจูนใหม่ เพื่อรองรับพละกำลังของเครื่องยนต์และถ่ายทอดกำลังในการขับขี่ พร้อมทางเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทั้งนี้ เอกสารประชาสัมพันธ์ยังไม่ได้แจกแจงการจับคู่เกียร์กับรถทุกรุ่นย่อย

การพัฒนาเครื่องยนต์ครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งการเพิ่มอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ การฉีดเชื้อเพลิง และการส่งกำลัง ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้ใช้กำลังและแรงบิดได้เหมาะกับลักษณะการขับขี่

ปรับเสื้อสูบ ลูกสูบ ระบบหล่อเย็น และระบบหล่อลื่น

เพื่อรองรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่ อีซูซุปรับรายละเอียดชิ้นส่วนภายใน โดยใช้เสื้อสูบ EXTREME STRENGTH ซึ่งบริษัทระบุว่าเน้นความแข็งแรงและความทนทาน

ส่วนลูกสูบใช้รูปแบบ ULTRA LOW FRICTION เคลือบสารพิเศษ EvoGlide Tech Coating พร้อมออกแบบรูระบายความร้อนเป็นพิเศษ เพื่อลดแรงเสียดทานและความร้อน รองรับการทำงานของเครื่องยนต์แม้ใช้รอบสูง

นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบหล่อเย็นและระบบหล่อลื่นแบบ HIGH FLOW PERFORMANCE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ควบคู่กับการดูแลชิ้นส่วนที่ต้องทำงานภายใต้ภาระของเครื่องยนต์ โดยรายละเอียดเหล่านี้เป็นอีกส่วนที่ควรจับตาควบคู่กับตัวเลขแรงม้า เพราะรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์มีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย ทั้งการเดินทาง การบรรทุก และการขับขี่ที่ต้องใช้กำลังต่อเนื่อง

ประหยัดขึ้น 8% เทียบเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรในสภาวะนอกเมือง

สำหรับ เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันดีขึ้น 8% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ ISUZU 3.0 ลิตร ในสภาวะนอกเมือง พร้อมรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

เงื่อนไขการเปรียบเทียบดังกล่าวเป็นรายละเอียดสำคัญ เพราะตัวเลข 8% อ้างอิงการใช้งานในสภาวะนอกเมืองตามข้อมูลบริษัท ขณะที่เอกสารยังไม่ได้ระบุอัตราสิ้นเปลืองเป็นกิโลเมตรต่อลิตรของรถแต่ละรุ่น ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ใหม่มีค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน แต่ไม่ได้แสดงตัวเลขกรัมต่อกิโลเมตรหรือรายละเอียดรถที่นำมาเปรียบเทียบในเอกสารฉบับนี้

D-MAX V-CROSS 4x4 เกรด M และ Z เพิ่มเครื่องยนต์ Biturbo

สำหรับรถปิกอัพ เครื่องยนต์ใหม่ถูกนำมาใช้ใน ISUZU D-MAX V-CROSS 4x4 เกรด M และ Z พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Professional 4x4 การปรับระบบขับเคลื่อนผ่าน Terrain Command รวมถึงระบบ Rough Terrain และ E-Diff Lock

ภายนอกปรับรูปโฉมภายใต้แนวทาง Max-Tough Style พร้อมชุดตกแต่ง V-CROSS Package โดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ กระจังหน้าสีเทาดำและสี Onyx Black กันชนหน้า Armor Design ที่ใช้สี Dark Gray ร่วมกับสี Red Metallic และซุ้มล้อดีไซน์ใหม่

นอกจากนี้ ยังมี Rugged Bar สี Glossy Black อุปกรณ์ล็อกฝาท้ายใหม่ และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Glossy Black ลาย Metal Claw เสริมภาพลักษณ์ของรถปิกอัพสปอร์ตออฟโรด นอกเหนือจากเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo แล้ว กลุ่ม V-CROSS ยังมีเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และ 3.0 Ddi MAXFORCE เป็นทางเลือกด้วย

D-MAX HI-LANDER 4 ประตู เกรด M ได้ขุมพลัง 204 แรงม้า

ด้าน ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู เกรด M เพิ่มเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรเช่นกัน

การเพิ่มเครื่องยนต์ใหม่นี้ขยายทางเลือกให้ผู้ใช้ปิกอัพยกสูงที่ต้องการสมรรถนะเพิ่มขึ้น โดยอีซูซุชูทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์และความประหยัด ภายใต้เงื่อนไขการเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรในสภาวะนอกเมืองตามที่บริษัทระบุ

MU-X RS มี Biturbo ทั้งขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อ

ฝั่งรถอเนกประสงค์ THE NEW MU-X รุ่น RS เพิ่มเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo โดยระบุว่ามีทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ 4x2 และขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD พร้อมปรับรายละเอียดภายนอกและภายใน ภายนอกเพิ่มสีใหม่ Havasu Gray Opaque กระจังหน้า Supreme Onyx Grille ไฟหน้า Dynamic Blade พร้อมรายละเอียด Lime Green Arrow Signature และหลังคาสีดำ Black Roof

การแสดงตัวตนของรุ่นเครื่องยนต์ใหม่ใช้ตรา Biturbo สี Black Chrome และ Lime Green ส่วนกันชนหน้าและหลังติดตั้ง Aero Diffuser ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมล้ออัลลอย Machining ทูโทนขนาด 20 นิ้ว และชุดไฟท้ายที่ใช้เส้นสาย Embrace Line ภายในติดตั้งเบาะ RS ดีไซน์ใหม่ เน้นการโอบกระชับสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX โดยรุ่น RS ยังมีเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ให้เลือกควบคู่กับรุ่น Biturbo

MU-X ULTIMATE เน้นห้องโดยสาร พร้อมโช้กอัพ STIFF FLEX

MU-X รุ่น ULTIMATE ใช้เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ตามรายละเอียดในเอกสาร พร้อมเพิ่มสีตัวถัง Havasu Gray Opaque กระจังหน้า Cosmic Diamond Grille และล้ออัลลอย Machining ทูโทนสี Magnitite ขนาด 20 นิ้ว รวมถึงไฟท้ายเส้นสาย Embrace Line

ภายในปรับโทนวัสดุเป็นสี Pebble Gray พร้อมเบาะนั่งโอบรับสรีระและเทคโนโลยี COOLMAX ส่วนคอนโซลหน้าใช้วัสดุตกแต่ง Piano Black และ Satin Silver นอกจากนี้ยังใช้โช้กอัพ STIFF FLEX ที่ออกแบบเพื่อลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เจเนอเรชันล่าสุด แต่เอกสารยังไม่ได้แจกแจงฟังก์ชันย่อยของระบบดังกล่าว

MU-X ELEGANT เพิ่มทางเลือก Biturbo ส่วน ACTIVE ใช้ 2.2 MAXFORCE

สำหรับ MU-X รุ่น ELEGANT มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo และ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมสีใหม่ Havasu Gray Opaque และกระจังหน้า Cosmic Diamond Grille

ห้องโดยสารใช้เบาะดีไซน์ใหม่สี Pebble Gray พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยลดการสะสมความร้อน และตกแต่งคอนโซลหน้าด้วยวัสดุ Piano Black ร่วมกับ Satin Silver

ส่วน MU-X รุ่น ACTIVE ใช้เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ปรับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สี Dark Gray ภายในมีเบาะนั่งแถวสองและแถวสามที่ปรับเอนและพับราบได้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดพื้นที่บรรทุกสัมภาระ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เจเนอเรชันล่าสุด

อีซูซุย้ำฐานผลิตไทย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 90%

มร.ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทย โดยมุ่งเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความทนทาน และความประหยัด สำหรับ D-MAX และ MU-X รวมถึงการทำตลาดในต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ อีซูซุยืนยันการรักษาและพัฒนาฐานการผลิตในประเทศไทย ผ่านการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงานไทย และการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ โดยระบุว่ามีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Local Content มากกว่า 90%

ความคิดเห็น