คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangมุกดาหาร · เปลี่ยน

“ยศชนัน” เปิด Global Medical AI Summit 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม AI ทางการแพทย์

ที่มา: ไทยรัฐ

“ยศชนัน” กล่าวปาฐกถาพิเศษ เปิดเวที Global Medical AI Summit 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ระดับภูมิภาค เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม สร้างองค์ความรู้ใหม่สู่การแพทย์แห่งอนาคต

กรุงเทพฯ – 30 ตุลาคม 2569 – งาน Global Medical AI Summit 2026 (GMAI 2026) ได้รวบรวมบุคลากรชั้นนำทางการแพทย์ นักลงทุน นวัตกรด้านเทคโนโลยี และตัวแทนจากภาครัฐ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งในวันนี้ที่กรุงเทพมหานคร งานนี้จัดขึ้นร่วมกันโดยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TILSNA) เพื่อเป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการเร่งรัดการประยุกต์ใช้ การลงทุน และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ทั่วทั้งประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

งานในปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ มีผู้บริหารระดับสูงกว่า 400 ท่าน จาก 263 องค์กรทั่วโลกเข้าร่วมงาน พร้อมด้วยแขกรับเชิญและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากหลากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการยังเต็มไปด้วยความคึกคักจากกลุ่มสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยีที่มาร่วมออกบูธแสดงนวัตกรรมมากถึง 25 บูธ

กำหนดอนาคตของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

การประชุมเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับ “The Global Gateway for Thailand's Medical AI Innovation 2026” โดย ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ตามด้วยปาฐกถาพิเศษเปิดงานที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Thailand's Next Frontier in Medical AI” โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) วางไทยเป็น “ฮับ Medical AI” ด้วยจุดแข็งเฉพาะตัว ได้แก่ ข้อมูลเวชศาสตร์เขตร้อน มะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมอง ข้อมูลหลายมิติที่เชื่อมคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม และเกษตร รวมถึงคลังภาพเนื้อเยื่อของโรงพยาบาลย้อนหลังราว 50 ปี Medical AI ไม่ได้มีแค่การอ่านภาพ แต่รวมถึงจีโนมิกส์ การค้นพบยา ATMP การผลิต พลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์ Wellness แบบ “Scientific Wellness” การทดลองทางคลินิก และกลไกการเงิน กลไกภาครัฐ: จัดตั้งเครือข่าย University Holding Company Consortium ระดับประเทศ ดึงตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าร่วม เปิดห้องแล็บกลางของมหาวิทยาลัยให้ใช้ ใช้ TLO ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี ชวนภาคเอกชนจัด Challenge และ Hackathon รวมถึงตั้ง Incubator และ Accelerator ของเอกชน

เป้าหมายคือให้ไทยเป็น “Research Hub ไม่ใช่แค่ Service Hub” ผลักดัน Foundation Model ทางการแพทย์ Precision Oncology Organoid ศูนย์ทดลองทางคลินิก และ Autonomous Lab

ใช้ที่ตั้งของไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อม BIMSTEC อินเดีย จีนตอนใต้ เวียดนาม ลาว และอินโดนีเซีย

ประกาศความร่วมมือเครือข่าย MAIN (Medical AI Network) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อรวม

ระบบนิเวศเทคโนโลยีด้านสุขภาพให้เป็นหนึ่งเดียว เชื่อมโยงงานวิจัยจนถึงการนำไปใช้จริงทางคลินิก และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานแบบ Commercial ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีองค์กรร่วมเครือข่าย MAIN อาทิ กระทรวง อว., TILSNA, AIEAT, AIAT, TU, SIIT, KKU, DCT, THTA ฯลฯ

ข้อมูลเชิงลึกระดับโลกและเวทีเสวนาระดับสูง

Funding the Future of Health — การลงทุน HealthTech และ Medical AI ระยะเริ่มต้นในอาเซียน ผู้ร่วมเสวนา: Dr. Joseph Mocanu (Verge HealthTech Fund), Dr. Thomas Lanyi (CDH Investments), Dr. Kid Parchariyanon (SeaX Ventures) | ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร พัฒนากุล (Guardian AI) มุมมองจากนักลงทุนไทยและต่างประเทศ AI ช่วยชดเชยการขาดแคลนบุคลากรในยุคสังคมสูงวัย ไทยมีแต้มต่อจากหลักประกันถ้วนหน้า โรงพยาบาลคุณภาพสูง ข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก และอุตสาหกรรม Wellness อนาคตการพัฒนาเซนเซอร์แบบไม่รุกล้ำร่างกาย เช่น Hyperspectral และ AI ที่แก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย และการลงทุนสร้างคนเพื่อสร้างระบบนิเวศของภูมิภาค มีความน่าสนใจในมุมมองนักลงทุน

- Inside a Medical AI Start-up ผู้ร่วมเสวนา: คุณณรงค์ชัย ลิมปิยาภิรมย์ (CARIVA), Dr. Bhavan Bhavsar (TatvaCare, อินเดีย) | ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สมฤดี ดีไพศาล (SIIT มธ.) การแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์ของ Start-up ของประเทศไทยและต่างประเทศ บทเรียนร่วมกันจาก Start-up อย่าบังคับให้ผู้ใช้

- เปลี่ยนพฤติกรรม ให้รับแพทย์เข้าทีมเพื่อหาปัญหาจริง และทำให้ระบบเชื่อมต่อ HIS ได้หลายแบบ (ทั้งเว็บแอปและ SDK/API) ทั้ง 2 ท่านให้ข้อคิดปิดท้าย AI ต้องช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่สร้างข้อมูล และในยุคนี้ควรทำ POC ให้เร็วเพื่อพิสูจน์ product-market fit

- Hospitals & Partners' Perspective on Medical AI ผู้ร่วมเสวนา: คุณอรรถ ทองแตง (CEO กลุ่มรพ.พญาไทและเปาโล), รศ.นพ.ทรงธรรม ทองดี (หัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา รพ.ศิริราช), Dr. Charlie Lee (AWS), Dr. Venus Oliva C. Rosales (101 Health Research, ฟิลิปปินส์) | ดำเนินรายการโดย: คุณสุกฤษฎิ์ (TecTony) มุมมองจากผู้บริหารโรงพยาบาลรัฐ รพ.เอกชน และ ผู้ให้บริการเครือข่าย Cloud ระดับโลก มุมมองผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนเรื่อง PDPA มีความสำคัญและท้าทายกว่าเทคโนโลยี “ความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง” ขององค์กร กลุ่ม รพ. พัฒนาบุคลากรและสร้าง Software ด้วย AI ได้เองใช้เวลาติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ทั้ง 10 รพ. ไม่ถึง 2 เดือน จากเดิมที่ใช้เวลาหลายปี มุมมอง รพ.ศิริราช AI Model อ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอกที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ

- ปัจจุบันใช้งานแล้วราว 600 รพ. และจะใช้งานเพิ่มขึ้น 900 แห่ง และมีโมเดลด้านอื่นอีกว่า 20 โมเดล อาทิ ตรวจเลือดในสมองจาก CT ภายในราว 30 นาที ตรวจเต้านม กระดูก รวมถึงใช้ LLM สรุปไทม์ไลน์ผู้ป่วย พัฒนา AI Agent และแดชบอร์ดมะเร็งที่วิเคราะห์อัตรารอดชีวิต มุมมองผู้ให้บริการ AWS โครงการ Precision Medicine ระดับชาติของสิงคโปร์ ซึ่งเน้นว่าโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และธรรมาภิบาลข้อมูลคือหัวใจของการนำ AI ไปใช้ระดับ production บทสรุป Responsible adoption, Strong evidence, Secure infrastructure และ Patient outcomes

- The Funding Landscape of Thai Medical AI มุมมองจากผู้ให้ทุนในไทยและผู้ให้ทุนภาครัฐ ผู้ร่วมเสวนา: ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส (NIA), คุณนฤศันส์ ธันวารชร (InnoSpace), ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต (คณบดี ICT ม.มหิดล) | ดำเนินรายการโดย : ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย (นายกสมาคม AIEAT) NIA ทำหน้าที่ "โซ่ข้อกลาง" ช่วงปลายน้ำ แนะให้ผู้ประกอบการมุ่ง Service และ Business Model Innovation

- มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์อย่างเดียว เตรียมเปิด "NIA Venture" ราวไตรมาส 2 ปีหน้า โดยมี 3 กลไก ได้แก่ กองทุน PE Trust ร่วมกับ CMDF ราว 1,000 ล้านบาท, Co-funding ร่วมกับ VC และการลงทุนตรง นอกจากนี้ NIA รับดูแลบัญชีนวัตกรรมไทยตั้งแต่ 1 ต.ค. พร้อมเกณฑ์ประเมินใหม่ (ขึ้นบัญชีได้ 5 ปี ต่อได้อีก 3 ปี) InnoSpace: ลงทุนเฉพาะสตาร์ทอัพไทย ลงทุนแล้ว 27 บริษัทในปีที่ 6 สิ่งที่ดูคือ Evidence-based, Data integrity, Scalability และ IP พร้อม Freedom to operate แนะนำ "Think Global Day One" แต่ใช้ไทยเป็นสนามพิสูจน์ตลาดราว 2 ปีก่อนออกต่างประเทศ ม.มหิดล (AITC): สนับสนุนทุน POC ให้ผลิตภัณฑ์ไทยได้ทดลองใช้จริง ทำงานร่วมกับ SI/ISV ในการขาย เตรียมเปิดกลุ่ม Health & Medical ราวปลาย พ.ย. แบ่งเป็น 4 กล่อง (Clinical AI, Health & Wellness, Patient Journey และ Hospital Intelligent Operation) มีจุดแข็งจากเครือข่ายรพ.ในสังกัดและโครงสร้างพื้นฐาน GPU

- Government Support for Medical AI in Thailand การสนับสนุนจากภาครัฐและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมเสวนา: คุณสิถี (ผอ.กองส่งเสริมการลงทุน 1, BOI), ดร.ศุภกร สิทธิไชย (รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ depa), คุณธนพัฒน์ เลาวหุตานนท์ (สทนว. หรือ TILSNA) | ดำเนินรายการโดย: ดร.ธัชนันท์ (ISEM) depa: เครื่องหมาย dSURE และ "บัญชีบริการดิจิทัล" ทำให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงได้ ส่วนเอกชนที่ซื้อจะหักค่าใช้จ่ายได้ 200% (สูงสุด 300,000 บาท) นอกจากนี้มีคูปองช่วยค่าทดสอบมาตรฐานและกองทุนช่วยออกงานต่างประเทศ BOI: ส่งเสริมทั้งผู้พัฒนา AI และผู้นำ AI ไปใช้ เช่น โรงพยาบาลที่ปรับปรุงประสิทธิภาพ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3–8 ปีตามประเภทกิจการ (ซอฟต์แวร์ได้ 8 ปีขึ้นไป) และมีสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามา ยื่นขอได้ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนบริษัท สทนว. (TILSNA): สนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมผลักดันสู่ตลาด สนับสนุนตั้งแต่ ISO 13485 ใบอนุญาตสถานที่ผลิตจาก อย. การทดสอบ ที่ปรึกษายื่นทะเบียน ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นในตลาด งบปี 2570 ราว 228 ล้านบาท ในนั้นราว 140 ล้านบาทใช้สร้างระบบทดสอบกลางแบบ federated ใน 25 รพ. เป้าหมายคือ Medical AI 20 ผลิตภัณฑ์เข้าสู่เชิงพาณิชย์ภายในปี 2571 และผลตอบแทนต่อการลงทุนภาครัฐ 800 ล้านบาท ตัวอย่างความสำเร็จคือ AI ChestXray ที่ให้บริการแล้ว 2.44 ล้านคนใน 504 รพ.ภายใน 1 ปี บทสรุปทิศทางต่างประเทศ: การผลักดันความร่วมมือด้านกฎระเบียบขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ร่วมกันระหว่างไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยให้สมาคม AIEAT เป็นตัวกลางภาคเอกชนรวบรวมผู้ประกอบการ เข้าร่วมกว่า 44 บริษัท

การปาฐกถาพิเศษจาก Keynote 3 ท่าน

- Dr. Kid Parchariyanon — CEO & Co-Founder, RISE / Managing Partner, SeaX Ventures

"Thailand's Medical AI Through Global Eyes" ไทยและอาเซียนอาจไม่ใช่ผู้สร้างโมเดลพื้นฐาน แต่เป็นผู้นำด้านการนำ AI ไปดูแลผู้ป่วยได้ กล่าวถึงกรณีศึกษา: อุปกรณ์ AI ด้านหัวใจจากซานฟรานซิสโกหาผู้ป่วยในสหรัฐฯ ไม่ได้เลยตลอด 6 เดือน แต่ในไทยได้ 50 รายภายใน 6 สัปดาห์ จนไทยกลายเป็นไซต์ใหญ่ที่สุดของบริษัท นอกจากนี้ยังผลักดัน first-in-human study ยามะเร็งจาก AI drug discovery ในไทย และเตรียมเวที Thailand/SEA ที่งาน JP Morgan Healthcare Conference

- Dr. Ashraf Zarkan — CEO & Co-Founder, BioTryp Therapeutics (Cambridge, UK)

“The Next Frontier in BioTech: AI for Biofilm Inhibition” BioTryp พัฒนายาโมเลกุลเล็กชนิดรับประทานที่ยับยั้งไบโอฟิล์ม ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ โดยไม่ฆ่าเชื้อเองจึงไม่ทำให้ดื้อยา ข้อบ่งใช้แรกคือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ซึ่งมีผู้ป่วยราว 400 ล้านคนต่อปี

ใช้ AI เป็นเครื่องมือ 3 ส่วน: คัดกรองโมเลกุลกว่า 18 ล้านตัว ทำนายความเป็นพิษและเมแทบอลิซึม และปรับแต่งโมเลกุล ผู้บรรยายชี้ว่า AI ย้ายคอขวดจาก “การสร้างโมเลกุล” ไปสู่ “การทดสอบในแล็บ”

ปัจจุบันอยู่ขั้น lead selection (ก่อนคลินิก) กำลังปิดรอบระดมทุน และวางเป้าไปสู่ first-in-human ก่อนร่วมพัฒนาหรือให้สิทธิ์แก่บริษัทยา

และยังมีเวที Startup Showcase จาก 7 บริษัททั้งในและต่างประเทศได้แก่:

ผู้เข้าร่วมงานได้รับชมการสาธิตเทคโนโลยีล้ำสมัยจากผู้บุกเบิกทั้งในและต่างประเทศ โดยในส่วนของนิทรรศการต่างประเทศได้นำเสนอโซลูชันที่สร้างจุดเปลี่ยนจาก Mr.Hugo Saavedra CEO KYAN Therapeutics นำเสนอแพลตฟอร์ม Functional Precision Medicine สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ทดสอบยาบนเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยโดยตรง แล้วใช้ small-data AI ทำนายและจัดอันดับสูตรยากว่า 1,500 แบบจากการทดลองชุดเล็ก, Joshua Yim, Founder & CEO Navo Health และ Acryl Inc. AI และอัลกอริทึมประมวลสัญญาณ ช่วยแปลผลการติดตามการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ (CTG) ให้เข้าใจง่าย และเพื่อเน้นย้ำถึงศักยภาพภายในประเทศ เวที Thai Medical AI Showcase ได้นำเสนอนวัตกรรมที่พร้อมออกสู่ตลาดจาก Shin Hyun-kyung — Vice President, Acryl Inc. (เกาหลีใต้) “Sovereign Medical AI: Korea's Experience, Thailand's Strategic Leap” บทเรียนจากเกาหลี: รัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลต้องทำร่วมกัน Acryl

พัฒนาแพลตฟอร์ม “Jonathan” ที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แปลงข้อมูล EMR/CDW เป็น AI-ready data และสร้าง Foundation Model ของตนเองโดยข้อมูลไม่ออกนอกโรงพยาบาล นพ.รพีพัฒน์ ศรีจันทร์ CEO Sati แพลตฟอร์มเพิ่มผลิตภาพรพ. “Chart Sum / AI Audit” สรุปเวชระเบียน ลงรหัส ICD พร้อมหลักฐาน และตรวจตามนโยบายก่อนเบิกจ่าย และ “AI Claim Platform” ให้บริษัทประกันตรวจ fraud/waste/abuse, คุณเวหา สุวัฒน์พิศาลกิจ Tech Lead Ravis Technology นำเสนอ AI ช่วยงาน Compliance (GMP/ISO/FDA): ระบบ ERP “GX Pro” ที่กรอกฟอร์มด้วยเสียงและเชื่อมกับแอป AI ผ่าน MCP และเครื่องมือ AI จัดประเภทผลิตภัณฑ์เพื่อยื่น อย. พร้อมอ้างอิง, คุณวิภาส สุตันตยาวลี CTO Athena AI แพลตฟอร์มจีโนมิกส์ครบวงจร: Genome Archive (คลังข้อมูล DNA), Genome IQ (เอนจินแปลผลตาม ACMG), Genome Studio (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ), Wellness LifePlan (รายงานและแชตบอตสำหรับผู้บริโภค), Consult Guide (สำหรับแพทย์) และ Genome Flow (บริหารเคส) ปิดท้าย คุณสหทัศน์ อัศวดิลกชัย CEO & Co-Founder Dosy Health AI อ่าน CT สมองสำหรับโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน: ตรวจเลือดออกและแยกชนิด ลิ่มเลือด และเนื้อสมองขาดเลือด รวมถึงคัดกรองโรคน้ำในโพรงสมอง (NPH)

การแข่งขัน Medical AI Pitching Competition 2026

ในเวลาเดียวกัน ณ ฮอลล์ 3 เวที Pitching Stage ได้จัดการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างนวัตกรด้าน Medical AI ชั้นนำ กิจกรรมนี้มีการตัดสินและสร้างประโยชน์เชิงกลยุทธ์จากการจัดแสดงผลงานในระดับนานาชาติ โดยเหล่าสตาร์ทอัพได้แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อชิงเงินรางวัล 35,000 บาทในแต่ละกลุ่มการแข่งขัน

ทั้งนี้ งานประชุมได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการแข่งขันทั้ง 3 กลุ่มเฉพาะทางในระหว่างพิธีปิดงาน ดังนี้:

กลุ่มที่ 1: การแพทย์แม่นยำและเฉพาะบุคคล (Precision & Personalized Medicine): OsseoLabs

กลุ่มที่ 2: โรงพยาบาลอัจฉริยะและการปฏิบัติการด้านสุขภาพ (Smart Hospital & Healthcare Operations): BBH Hospital

กลุ่มที่ 3: การดูแลผู้ป่วยทางไกลและดิจิทัลแคร์ (Remote Patient Monitoring & Digital Care): BINDAI

งาน Global Medical AI Summit 2026 ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการทำงานร่วมกันข้ามภาคส่วน ซึ่งตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางที่กำลังเติบโตด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์และนวัตกรรม HealthTech ในตลาดโลก

ความคิดเห็น