“ศิริโชค” โพสต์ขอบคุณ “ศุภชัย” ช่วยเฉลยคำตอบที่ตามหา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บริจาคเงินตรงให้เหรัญญิกพรรคทุกเดือน ย้ำ การมีใบเสร็จรับเงินบริจาคของพรรค ไม่ได้พิสูจน์ที่มาของเงิน.
วันที่ 16 ต.ค.2569 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวเรื่อง “คนของภูมิใจไทยไม่ทำการบ้านกันเลยหรือ? ทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย” สรุปสาระใจความว่า ศุภชัยออกโรงแก้ต่าง แต่กลับยืนยันข้อมูลสำคัญที่ผมต้องการเสียเอง เพราะเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.2569) นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค พร้อมท้าให้ตนยื่นยุบพรรค ถึงขนาดบอกว่าจะขุดหลุมรอ.
“ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ก่อนจะออกมาให้ข่าว คุณศุภชัยได้เปิดอ่านบัญชีรายชื่อผู้บริจาคที่ กกต. เผยแพร่แล้วหรือยัง?” นายศิริโชค กล่าวและว่า นายศุภชัย อธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อตกลงให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบริจาคเงินตามตำแหน่ง คือ เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรีเดือนละ 10,000 บาท, สส.เดือนละ 30,000 บาท และรัฐมนตรีเดือนละ 50,000 บาท ยืนยันว่าทำกันมานานและตรวจสอบได้ แต่จากบัญชีเงินบริจาคที่ตนตรวจสอบ ในปี 2568 ช่วงที่พรรคภูมิใจไทยยังร่วมรัฐบาล กลับพบชื่อรัฐมนตรีบริจาคเพียง 2–3 คน ส่วนในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ไม่พบชื่อรัฐมนตรีบริจาคตามอัตราที่อธิบาย จึงมีคำถามว่าตกลงรัฐมนตรีบริจาคกันทุกเดือนจริงหรือไม่ หรือข้อตกลงนี้ใช้เฉพาะบางคน? ถ้านายศุภชัยเปิดบัญชี กกต. อ่านก่อนออกมาให้ข่าว ก็คงเห็นความไม่สอดคล้องนี้ตั้งแต่แรก แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ นายศุภชัยกลับช่วยยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญในกรณีของ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ให้ผมโดยไม่รู้ตัว
นายศิริโชค ระบุต่อว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาอธิบายว่า เงินบริจาคของสุชาดาเป็นเงินที่หักจากเงินเดือน สส. โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งให้พรรคโดยตรง ฟังดูเหมือนทุกอย่างเรียบร้อย เงินมาจากเงินเดือน มีระบบหักเงิน มีหลักฐานตรวจสอบได้.
“แต่ปัญหาคือ สุชาดาบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส. ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะไปหักเงินเดือน สส. จากคนที่ยังไม่ได้เป็น สส.ได้อย่างไร? แล้วศุภชัยก็ออกมาเฉลยเองว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี บริจาคเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรคทุกเดือน ขอบคุณมากครับคุณศุภชัย” นายศิริโชค กล่าวและว่า
“นี่คือข้อมูลสำคัญที่ผมต้องการทราบมาตลอด และเป็นคำอธิบายที่ต่างจากสิ่งที่โฆษกพรรคนำมาใช้แก้ต่างให้ น.ส. สุชาดาอย่างสิ้นเชิง เท่ากับว่า เงินบริจาคช่วงก่อน น.ส. สุชาดาเป็น สส. ไม่ได้ผ่านระบบหักเงินเดือน สส.ตามที่โฆษกพรรคอธิบาย แต่เป็นการบริจาคโดยตรงตามข้อตกลงของพรรค เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจึงกลับมาสู่คำถามเดิมที่ผมตั้งไว้ตั้งแต่ต้น คือ เงินบริจาคของ น.ส. สุชาดามาจากไหน? โดยเฉพาะเมื่อครอบครัว น.ส. สุชาดา แจ้งทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่มีรายได้ที่แจ้งซึ่งแตกต่างจากมูลค่าทรัพย์สินอย่างมาก จนเกิดคำถามเรื่องที่มาของทรัพย์สินและแหล่งรายได้ที่ ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ การที่พรรคออกใบเสร็จรับเงินบริจาค ไม่ได้หมายความว่าได้พิสูจน์ที่มาของเงินแล้ว ใบเสร็จพิสูจน์ว่า พรรครับเงิน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่า เงินที่ผู้บริจาคนำมาจ่ายนั้นได้มาจากไหน” นายศิริโชค ระบุ
นายศิริโชค ระบุต่อว่า ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ ช่วงที่ น.ส.สุชาดา ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีที่กระทรวง อว. มีชื่อบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท แต่เมื่อย้ายไปดำรงตำแหน่งที่กระทรวงดิจิทัลฯ (ดีอี.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามการพนันออนไลน์ กลับไม่พบชื่อบริจาคในบัญชีที่ผมตรวจสอบ ทำไมพอย้ายกระทรวง เงินบริจาคจึงหายไปจากบัญชี? หยุดบริจาคไปเลย หรือมีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น? หากมี เป็นเงินจำนวนเท่าไร และบันทึกไว้ที่ไหน? ตนไม่ได้สรุปว่า มีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น แต่เมื่อประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคยืนยันว่า มีข้อตกลงให้บริจาคทุกเดือน การไม่พบชื่อในบัญชีจึงเป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย ที่น่าขัน คือ คนของพรรคภูมิใจไทยออกมาให้ข่าวกันทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตรงกันเสียก่อน
“โฆษกพรรคอ้างระบบหักเงินเดือน สส. มาอธิบายเงินบริจาคของคนที่ยังไม่ได้เป็น สส. ส่วนประธานฝ่ายกฎหมายก็ออกมาอธิบายกติกา การบริจาคที่ไม่สอดคล้องกับรายชื่อรัฐมนตรีในบัญชีที่ผมตรวจสอบ แถมยังยืนยันด้วยตัวเองว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจ่ายเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรค คนเป็นนักกฎหมาย โดยเฉพาะคนที่ออกมาแก้ต่างให้พรรค ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของฝ่ายตัวเองให้ครบก่อน
เพราะบางครั้ง สิ่งที่พูดออกมาเพื่อช่วยแก้ต่าง อาจกลับกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่อีกฝ่ายกำลังตามหา ผมเริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชีเงินบริจาค และตั้งคำถามถึงที่มาของเงิน โฆษกพรรคพยายามตอบด้วยเรื่องการหักเงินเดือน สส.
แต่สุดท้าย ประธานฝ่ายกฎหมายกลับออกมายืนยันเองว่า เงินบริจาคของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจ่ายตรงให้เหรัญญิกพรรค ผมไม่ได้ขอให้คุณศุภชัยช่วยสืบสวน แต่คุณกลับช่วยยืนยันข้อมูลสำคัญให้ผมเสียเอง นี่แหละครับ ผลของการออกมาแก้ต่าง โดยไม่ทำการบ้านให้ครบ ทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย!” นายศิริโชค ระบุทิ้งท้าย