คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangแม่สอด · เปลี่ยน

‘อนุทิน’ มั่นใจศึกซักฟอก พรรคร่วมไม่แตกแถวอยู่ด้วยกันมีมารยาท โรมชี้พุ่งเป้าเจาะหัวใจระบอบน้ำเงิน

ที่มา: มติชน

‘อนุทิน’ มั่นใจศึกซักฟอก พรรคร่วมไม่แตกแถวอยู่ด้วยกันมีมารยาท สาธุกธ.ยกมือหนุน เอกนิติไร้กังวล โรมชี้พุ่งเป้า 18 รมต. เจาะหัวใจระบอบน้ำเงิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม กรณีฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน รัฐบาลจะให้ได้กี่วันว่า อยู่ที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและควาฝ่ายค้าน(วิป) ถามต่อว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หารือพรรคเพื่อไทย แล้วหรือยัง เพราะการที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายพรรคเพื่อไทยอาจต้องการให้เกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่คิดเช่นนั้นอยู่ด้วยกันมีมารยาทอยู่แล้ว มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามย้ำว่า มีการมองกันว่าจะมีเสียงจากพรรคกล้าธรรมมาช่วยสนับสนุนรัฐบาล มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “สาธุ“

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลห่วงการตอบคำถามฝ่ายค้านหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ห่วงสิครับ เราต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง ผมเป็นคนตั้งใจฟังคำถามหรือคำอภิปรายของฝ่ายค้านมากที่สุดคนหนึ่ง ไม่เห็นหรือหลายอย่างที่ฝ่ายค้านแนะนำในการอภิปรายหรือให้ข้อคิดอะไรมาผมก็นำไปปฏิบัติตาม ผมให้เครดิตฝ่ายค้านว่าเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพราะฉะนั้นในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ห่วงกังวลหมดและเราก็นำความห่วงกังวลเหล่านี้ไปเตรียมความพร้อมหรือแก้ไขในสิ่งที่เรายังทำไม่สมบูรณ์และไปหาข้อมูลมาชี้แจงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาหรืออภิปราย เราพยายามทำให้เป็นแฟร์เกมมากที่สุด ผมไม่ได้มองว่านี้เป็นการจ้องทำลายรัฐบาลหรือความน่าเชื่อถือของรัฐมนตรีมันไม่ใช่ เราถือว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย“ และว่า มั่นใจรัฐมนตรีทุกคนชี้แจงได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “ไม่กังวล เนื่องจากดำเนินการทุกอย่างถูกต้องและพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ส่วนตัวผมยืนยันว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัว ไม่กังวล ตอบได้ทุกประเด็น”

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนตอบโต้การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่า การหยิบยืมคำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรหยิบยืมให้หมด ดังนั้นช่วยนิยามตัวเองว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน หรืออธิบายคำว่าใบอนุญาตสองใบ ตามที่นายปิยบุตรเคยพูดไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นการนำคำพูดของนายปิยบุตร มาทำให้ภาพของพรรคประชาชนถูกดิสเครดิตจากเรื่องนี้ เรารู้เจตนาของคนในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่างๆ เราต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ใบเสร็จที่สมบูรณ์แบบแล้วหรือ ว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสอบท้องถิ่น หรือคดีโกง ส.ว. ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ ว่าวันนี้ระบบนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายไปจากประเทศไทยแล้ว รวมถึงหลายวิกฤตที่เกิดขึ้น เช่นเหตุการณ์น้ำท่วม ยังไม่ชัดหรือว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ที่นำโดยนายอนุทิน ที่เต็มไปด้วยการเอื้อพวกพ้อง ทำหน้าที่เพื่อผู้มีพระคุณ น่าจะเพียงพอให้เราเห็นภาพว่าล้มเหลวอย่างไร ดังนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้วางด้วยข้อกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ ตนยังรู้สึกว่าเบาไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของสังคมไทย

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราดูจากพยานหลักฐาน ความหนักเบาในการกระทำผิด รัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือจาก 18 คนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขามีคุณงามความดี แต่เราจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่หนักแน่น และข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งเราคิดว่า 18 คนนี้ เป็นกลุ่มคนที่เป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่อภิปรายพรรคเพื่อไทยเพราะมีนัยยะทางการเมือง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไปวิเคราะห์กัน แต่วันนี้เรามองว่า ถ้าจะเจาะหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน ก็วางแกนกลางไว้แบบนี้ ส่วนองคาพยพอื่นจะทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนรู้อยู่แล้ว แต่เราว่ากันที่จุดศูนย์กลางของระบอบสีน้ำเงินดีกว่า

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า หากอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลภายนอก ฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงจนอภิปรายไม่ได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่กังวล เราก็เจอมาทุกสมัย แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดการประท้วง เพราะข้อบังคับก็ระบุชัดเจนว่า การพาดพิงถึงบุคคลภายนอก สามารถทำได้เท่าที่จำเป็น เมื่อถามว่า จะมีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่บุรีรัมย์หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามญัตติเราใช้คำว่าผู้มีพระคุณ ส่วนจะเป็นใครต้องรอติดตาม

ความคิดเห็น