เปิดอาชีพเก่า “แม่ดา” ลำบากมาก ก่อนน้องฟ้าใสโด่งดัง เป็นอินฟลู
ย้อนชีวิตแม่ดา ก่อนน้องฟ้าใสกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ผู้ติดตามหลักล้าน เคยขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างตระเวนเก็บขวด ของเก่าตามชายหาดจอมเทียน–พัทยาช่วงกลางคืน หาเงินเลี้ยงครอบครัว
จากดราม่าความขัดแย้งระหว่าง “แม่ดา” กับ “น้องฟ้าใส” อินฟลูเอนเซอร์วัย 13 ปี ซึ่งจบลงด้วยการที่หน่วยงานด้านสังคมเข้ามาคุ้มครองเด็กชั่วคราว ทำให้เรื่องราวชีวิตของสองแม่ลูกกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะอาชีพเดิมของแม่ดา ก่อนลูกสาวจะมีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 แม่ดา หรือนางศศีณีกานต์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า รายได้หลักของครอบครัวมาจากการเก็บขวด กระป๋อง ลัง และของเก่าขาย ในช่วงกลางคืนจะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกตระเวนตามชายหาดจอมเทียนและเมืองพัทยา เพื่อนำสิ่งของที่เก็บได้ไปคัดแยกขายเลี้ยงครอบครัว
ขณะนั้นแม่ดาอาศัยอยู่ในห้องเช่าพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กับลูก ๆ ส่วนฟ้าใสซึ่งมีอายุ 12 ปี มักออกไปช่วยแม่เก็บของเก่าในช่วงปิดเทอม ทำงานกันตั้งแต่ช่วงกลางคืนเพื่อหารายได้ประทังชีวิต
ชีวิตของครอบครัวเริ่มเป็นที่รู้จัก เมื่อ “สไปร์ท SPD” หรือ เนติเจน เนติรัตนไพบูลย์ กับ “อุงเอิง” เดินทางไปเที่ยวเมืองพัทยา ก่อนบังเอิญพบฟ้าใสกับแม่ดากำลังเก็บของเก่าบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ชายหาด
ฟ้าใสจำสไปร์ทได้แม้เจ้าตัวสวมหน้ากากอนามัย จึงเข้าไปทักทายและร้องไห้ด้วยความดีใจ ระหว่างพูดคุย เด็กหญิงเล่าว่าเคยถูกเพื่อนล้อว่าเป็น “เด็กเก็บขยะ” จนไม่มีเพื่อนคบ
เมื่อสไปร์ทยื่นเงินให้ 1,000 บาท ฟ้าใสปฏิเสธและขอให้ช่วยซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารแมว และยาแก้ปวดให้แม่แทน ส่วนของที่อยากได้สำหรับตัวเองคือชุดนักเรียนและกระเป๋าใบใหม่
คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว มียอดรับชมมากกว่า 24 ล้านครั้งและยอดกดถูกใจเกินหนึ่งล้านครั้ง ก่อนที่สไปร์ทกับทีมงานจะเข้ามาช่วยเหลือทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การศึกษา และการสร้างช่องบนสื่อสังคมออนไลน์
จากเก็บของเก่า สู่งานอินฟลูเอนเซอร์
หลังได้รับความช่วยเหลือ ฟ้าใสเริ่มทำคอนเทนต์อย่างจริงจัง มีผู้ติดตามบน TikTok เพิ่มขึ้นแตะหลักล้าน และได้รับงานรีวิวสินค้า ขณะที่แม่ดาเข้ามามีส่วนร่วมในคลิปหลายชิ้น จนสองแม่ลูกกลายเป็นที่จดจำในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ครอบครัว
ต่อมาแม่ดากับฟ้าใสแยกออกจากการดูแลของสไปร์ท SPD และอุงเอิง ก่อนกลับไปใช้ชีวิตที่พัทยาและร่วมงานกับ “นุ้งตี้” อินฟลูเอนเซอร์สาย TikTok แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ ลูก และกลุ่มผู้ดูแลเริ่มมีปัญหา ทั้งเรื่องเงิน การเรียน การทำงาน และรูปแบบคอนเทนต์
แม่ดาเคยชี้แจงว่า หลังเข้าสู่วงการออนไลน์รู้สึกไม่มีอิสระและไม่คุ้นเคยกับกฎระเบียบในการทำงาน แม้รายได้และความเป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ตนยังต้องการกลับไปใช้ชีวิตแบบที่คุ้นเคย
ดราม่าล่าสุด พม. เข้าดูแลฟ้าใส
ความขัดแย้งรอบล่าสุดเกิดขึ้นระหว่างการทำงานที่ร้านของ “เจ๊เบียร์ คนละยำ” ก่อนบานปลายเป็นการทะเลาะ ขว้างก้อนหิน และปรากฏคำพูดเรียกเงิน 40 ล้านบาท หากมีใครต้องการนำฟ้าใสไปดูแล
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 แม่ดาเข้าหารือกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ พม. ตำรวจไซเบอร์ ฝ่ายปกครอง และสำนักงานอัยการภาค 2 ก่อนยินยอมให้รัฐเข้ามาคุ้มครองฟ้าใสชั่วคราว ขณะที่เด็กหญิงยังไม่พร้อมพบหน้าแม่
แม่ดายอมรับว่าไม่สามารถดูแลความสัมพันธ์กับลูกในสถานการณ์ปัจจุบันได้ ต้องการยกเลิกการทำงานร่วมกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมเตรียมกลับไปประกอบอาชีพค้าขาย โดยมีลูกชายคนโตช่วยลงทุนให้ เบื้องต้นมีการพูดถึงการขายลูกชิ้นหรือผลไม้ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าจะเริ่มต้นเมื่อใดและขายในพื้นที่ใด
- แม่ดา โต้ข่าวบังคับลูกหาเงิน ยันรักลูกแต่ควบคุมไม่ได้ ฟ้าใส แฉกลับ โดนใช้ซื้อยาเสพติด
- สรุปดรามา “แม่ฟ้าใส” สลิ้งแตก ขว้างหินใส่ฝรั่ง ก่อนซัดเดือด “เจ๊เบียร์” กลางถนน
- น้องฟ้าใส สารภาพ “โกหก” แม่-ทีมงาน สวมรอยเบิกเงิน 8 หมื่น แถมกุเรื่องจนดรามาลุกลาม