ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนลงพื้นที่ 4 หมู่บ้านแม่สามแลบ เร่งฟื้นฟูหลังน้ำป่า–ดินโคลนถล่ม
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนลงพื้นที่ติดตามความเสียหาย 4 หมู่บ้าน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย มอบถุงยังชีพ พร้อมสั่งทุกหน่วยเร่งซ่อมสะพาน–เส้นทางและฟื้นฟูโรงเรียน
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอสบเมย ตลอดจนผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 26 และ 29 กันยายนที่ผ่านมา
คณะลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชน พร้อมสำรวจความเสียหายในพื้นที่ประสบภัย รวม 4 หมู่บ้าน 3 จุด โดยจุดแรกที่ โรงเรียนบ้านห้วยกองก๊าด ได้มอบถุงยังชีพช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยจำนวน 16 ครัวเรือน พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของอาคารเรียนที่ถูกดินโคลนทะลักเข้าท่วม
จุดที่ 2 บ้านกอมูเดอ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 31 ครัวเรือน โดยพบว่าสะพานเข้าสู่หมู่บ้านถูกน้ำป่าพัดขาดจนไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่อาคารเรียนโรงเรียนบ้านกอมูเดอได้รับความเสียหายจากดินโคลนที่พัดเข้าท่วม
จุดที่ 3 บ้านสิวาเดอ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือราษฎร 1 ครัวเรือน พร้อมตรวจสอบความเสียหายจากเหตุดินโคลนสไลด์ทับพื้นที่โรงเรียน ส่งผลให้แท็งก์น้ำได้รับความเสียหาย
พร้อมกันนี้ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มอบนโยบายและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่โดยเร็ว โดยเน้นภารกิจสำคัญ ได้แก่ การเร่งซ่อมแซมเส้นทาง สะพาน และเส้นทางสัญจรที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถเดินทางได้ตามปกติ รวมถึงการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค
นอกจากนี้ ให้เร่งทำความสะอาดและเคลียร์ดินโคลนออกจากอาคารเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับมาเรียนได้โดยเร็ว โดยขณะนี้ โรงเรียนบ้านกอมูเดอยังปิดการเรียนการสอน เนื่องจากอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังได้กำชับให้ยกระดับการเตือนภัย โดยให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุฝนช่วงปลายฤดูอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดระบบการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ประสบภัยบ้านแม่สามแลบยังคงประสบปัญหาด้านการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ยังไม่สามารถจ่ายได้ ส่งผลให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้องและไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ตามปกติ โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากระลอกแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569