ออยศรี เผย แจ้งความ มูลนิธิองค์กรทำดี ตามพยานหลักฐาน ยัน ไม่รับงานนักการเมืองทำร้ายใคร และไม่ได้ล่อซื้อด้วยการโอนบริจาค 1,000 บาท
วันที่ 1 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” ร้องตรวจสอบการบริหารเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี หลังจากเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกรณีโอนเงินบริจาค จำนวน 1,000 บาท เมื่อเดือน ธ.ค.2568
โดยยืนยันว่า การแจ้งความครั้งนี้ต้องการให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา โดยเฉพาะกรณีที่น.ส.ปนัดดาชี้แจงว่า บัญชีที่มีการโอนเงินไปไม่ใช่บัญชีมูลนิธิ แต่มีมติคณะกรรมการรับรองให้ใช้บัญชีดังกล่าว ออยศรีจึงมองว่า กรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการอนุมัติก็ควรต้องถูกตรวจสอบด้วย
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเบิกจ่ายเงินเกิน 500,000 บาท ซึ่งอ้างว่าต้องมีมติคณะกรรมการรองรับ พร้อมตั้งคำถามว่า หากน.ส.ปนัดดา และสามีไม่ทราบเรื่องการโอนเงิน เหตุใดจึงมีเงินโอนไปยังบัญชีของสามี โดยเห็นว่าไม่ควรมีคนใดคนหนึ่ง ออกมารับผิดชอบเพียงคนเดียว แต่ต้องตรวจสอบทั้งผู้โอน ผู้รับ และเส้นทางการใช้จ่ายเงิน
ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ก๊อต สามีน.ส.ปนัดดา ออยศรี ยืนยันว่า ไม่ได้สนใจเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่จะติดตามเฉพาะประเด็นเส้นทางการเงิน และที่ดินเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ออยศรี ยังตั้งคำถามกรณีน.ส.ปนัดดาที่ออกมาชี้แจงว่า ไม่ทราบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างของมูลนิธิเป็นใคร ตนมองว่าในฐานะประธานมูลนิธิที่ดูแลเงินบริจาคของประชาชน ควรทราบรายละเอียดการว่าจ้าง ทั้งการตกลงใช้พื้นที่ การทำสัญญา และการอนุมัติจ่ายเงิน พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับจ้าง และผู้อนุมัติเงินในโครงการดังกล่าว
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า การบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เป็นการวางแผนล่อซื้อหรือไม่ ออยศรี ยืนยันว่า ไม่ใช่การวางงาน แต่เป็นความบังเอิญ
โดยที่ผ่านมาเคยชื่นชมการทำงานของน.ส.ปนัดดามาโดยตลอด โดยเฉพาะการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แม้ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจบริจาคเงินด้วยความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 ก่อนจะพบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคในชื่อมูลนิธิองค์กรทำดีโดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี จึงออกมาเปิดเผย และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาค
ออยศรี ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารับงานจากบุคคลใดมาโจมตีน.ส.ปนัดดา พร้อมท้าว่าหากใครมีหลักฐานว่าตนรับงานจริง ก็สามารถนำไปแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที
พร้อมย้ำว่า แม้ขณะนี้จะมีข้อขัดแย้งกับน.ส.ปนัดดา แต่เงินบริจาคดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่น.ส.ปนัดดาก็ควรชี้แจงให้ชัดเจนว่า เงินบริจาคที่มีการโอนออกไปถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่
ส่วนข้อสงสัยว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือไม่ ออยศรียืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องทางการเมือง และไม่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน
แม้สถานที่ตั้งบริษัทของตนจะเป็นพื้นที่ของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์เป็นเพียงผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเท่านั้น โดยยอมรับว่ารู้จัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ยืนยันว่าอดีต สส.รายดังกล่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินหรือการออกมาตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีในครั้งนี้
ขณะที่ นายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA. จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ กล่าวว่า ทุกองค์กร ทุกมูลนิธิ มีหน้าที่ต้องรายงานบัญชีรายรับ รายจ่าย ทุกสิ้นปีต่อสรรพากร และนายทะเบียน ฝ่ายปกครอง
แต่ที่ผ่านมา แทบทุกองค์กร และมูลนิธิ ในช่วง 3 ปีแรกจะไม่รายงาน เนื่องจากอาจจะติดภารกิจ อีกทั้งหน่วยงานเองก็อะลุ่มอล่วยมาโดยตลอด แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 หากไม่มีการส่งงบดุล ก็จะมีการทวงถามไปยังองค์กร และมูลนิธิต่าง ๆ ส่วนมูลนิธิองค์กรทำดีของคุณบุ๋มนั้น ยังไม่มีมีการส่งงบดุลในช่วงปี 2567-2568
ทั้งนี้ ตนจึงอยากฝากไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และตรวจสอบ ให้ดำเนินการกับเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง