คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangลพบุรี · เปลี่ยน

สาทิตย์ ลั่น ซักฟอกต้อง 5 วัน ย้อน ยุคประยุทธ์รมต.น้อยกว่านี้ ยังให้ 4 วัน ซัด รบ.ไม่มีสิทธิบงการสภา

ที่มา: มติชน

สาทิตย์ ยัน ต้อง 5 วัน ซักฟอก 18 รัฐมนตรี เฉลี่ย1 วันต่อ 4 รมต.เผย หนู-นก โดนหนักสุด ซัดรัฐบาลไม่มีสิทธิมาบงการสภาให้อภิปรายแค่ 3 วัน จี้ สัปดาห์หน้าประชุมวิปค้าน- รัฐบาล หาข้อตกลง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายรัฐบาลจะให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 27-29 ต.ค. และโหวต 30 ต.ค.ว่า จริงๆแล้ววิปร่วมรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านเคยประชุม เมื่อเดือนกว่าๆ ก่อนยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจ เคยคุยกันไว้ว่าจะเริ่มการอภิปรายในวันที่ 26 ต.ค. และไปจบในหนึ่งสัปดาห์แต่ตอนนั้นยังไม่ได้มีการยื่นญัตติฯ จึงยังไม่รู้ว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน แต่เมื่อยื่นญัตติอภิปรายฯ 18 รัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยมีการประชุมร่วมระหว่างวิปทั้งสองฝ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในวันที่ยื่นญัตติฯ ตนได้พูดกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ไว้ว่าจริงๆแล้วควรจะให้อภิปราย 5 วัน โดยถือหลัก 2 ข้อคือ1. การอภิปราย 1 วันเฉลี่ย รัฐมนตรี 4 คน ก็น่าจะเหมาะสมเนื่องจากอภิปรายนายกจะใช้เวลายาวหน่อย และ 2. ยุคสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ที่อภิปรายกันสี่ครั้ง ซึ่งมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย น้อยกว่านี้เยอะ ก็ใช้เวลา 4 วัน

“เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันน่าจะลงตัวเหมาะสมอยู่ที่ 5 วัน แต่ก็แปลกใจว่าอยู่ๆ วิปรัฐบาลกับนายกฯพูดเหมือนกัน ว่าจะให้อภิปราย 3 วัน จึงเกิดข้อสงสัยว่าตกลงใครอภิปรายใครกันแน่ ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลหรือรัฐบาลจะอภิปรายฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลยังไม่รู้เลยว่ารัฐมนตรี 18 คน มีผู้อภิปรายกี่คน” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ในอดีตที่ผ่านมาโดยมารยาทแล้วรัฐบาลจะไม่เป็นคนกะเกณฑ์ว่าการอภิปรายควรจะใช้เวลากี่วันเพราะเป็นญัตติอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งต้องยอมรับเหมือนกันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นมาตรการที่ทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อทำได้ปีละครั้งก็ควรที่จะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่รัฐบาลมาพูดเสียเองว่า ไม่มีอะไร 3 วันก็พอแล้ว พูดอะไรกันมาก อย่างนี้เหมือนกับว่ารัฐบาลมาบงการสภา ซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนั้นเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบรัฐบาลโดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นการตรวจสอบรัฐบาลขั้นสูงสุดที่จะบอกว่าตรงไหนหรือเหตุผลอะไรที่ไม่ควรจะไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

“มันไม่ใช่เรื่องเป็นพิธีกรรมที่ทำกันมาพอเป็นพิธีแล้วจบไปหรือไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะคิดเอาเองว่าไม่มีอะไรหรอก มันจะมีอะไรหรือไม่มีอะไรผมว่ามันอยู่ที่การทำงานของฝ่ายค้านด้วยเพราะอภิปรายไม่ใช่แก้ตรวจสอบรัฐบาลแต่เป็นการตรวจสอบฝ่ายค้านอีกทางหนึ่งด้วยว่าเราได้ทำงานตรวจสอบได้ดีมากน้อยเพียงใดเพราะฉะนั้นผมคิดว่าควรปล่อยไปตามธรรมชาติ อย่าไปเที่ยวกะเกณฑ์ว่าจะต้อง 2 วัน 3 วัน และในสัปดาห์หน้าผมเรียกร้องว่าควรที่จะมีการประชุมร่วมทั้งสองฝ่ายได้แล้ว” นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากรัฐบาลไม่ยอมให้อภิปรายเพียง 3 วันจะมีมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงทำไม่ได้ เนื่องจาก จะต้องเป็นคนทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการที่จะกำหนดวันประชุมซึ่งโดยหลักทั่วไปแล้วประธานสภาต้องมีความเป็นกลางในทางการเมืองก่อนและต้องดูความเหมาะสมในญัตติของฝ่ายค้าน เช่น อภิปรายรัฐมนตรีกี่คน เนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางขนาดไหน ถ้าไปจำกัดเพียง 2-3 วัน ก็เป็นการจำกัดการทำหน้าที่ ของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งตรงนี้ตนคิดว่าจะผิดรัฐธรรมนูญด้วย

ต่อข้อถามว่ารัฐบาลอาจจะอ้างว่าว่างแค่นั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ถือเอาวันว่างของรัฐบาลเป็นหลัก ถ้ารัฐบาลบอกว่าไม่ว่างไม่ต้องทำหรอก แล้วรัฐธรรมนูญจะมีไว้ทำไม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องว่ารัฐบาลว่างหรือไม่ว่าง เพราะโดยหลักรัฐธรรมนูญไทยคือรัฐบาลจะต้องบริหารงานโดยรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร การบริหารงานโดยรับผิดชอบก็ต้องยอมรับกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จริงๆแล้วต้องรับผิดชอบมากกว่านี้ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทบไม่เคยรับผิดชอบอะไร เช่นไม่เคยมาตอบกระทู้ถามเลยเป็นต้น

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้อภิปราย 5 วัน นายสาทิตย์ กล่าวว่า รอประธานสภาฯ บรรจุวาระ และหากให้อภิปรายเพียง 3 วัน ก็จะกลายเป็นเผด็จการรัฐสภา คือรัฐบาลเป็นคนกะเกณฑ์ว่าให้พูดเท่านี้เหมือนกับรัฐบาลเอาเสียงข้างมากมาปิดปากฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งในระบบรัฐสภาทำไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องคุยกันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่าตกลงแล้วประธานสภาฯ ยังเป็นกลางอยู่หรือไม่ หรือรัฐบาลชี้ว่าว่างวันนี้ให้คุณพูดแค่นี้ ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดปัญหามาแล้วในยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พยายามจะให้อภิปรายกันข้ามวันข้ามคืน

“อาจจะทำให้รัฐมนตรีหลังๆ จะไม่ได้ถูกอภิปราย และในที่สุดรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ถ้าทำแบบนี้ เพราะมันจะย่ามใจลุแก่อำนาจถึงขั้นมาชี้บอกว่าผมขีดเส้นให้คุณแค่นี้ มันไม่ได้เพราะสภาไม่ใช่เป็นที่ที่บงการโดยฝ่ายรัฐบาลแต่สภาเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศและมีกฎเกณฑ์มีกติกาก็ควรจะให้เป็นไปตามนั้นดังนั้นรัฐบาลจะมาถือเอาตามใจชอบไม่ได้ รัฐสภานะไม่ใช่ที่การพรรคภูมิใจไทย” นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ พุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีคนใดและมีส.ส. อภิปรายกี่คน นายสาทิตย์ กล่าวว่า วางตัวกันไว้เบื้องต้นแล้ว โดยรัฐมนตรีที่จะถูกพรรคฯอภิปรายมีประมาณ 6-7 คน และสส. ที่จะอภิปรายก็ประมาณ 6-7 คน เพราะเรามีกันอยู่เท่านี้ แต่ที่แน่ๆแล้วนายอนุทิน และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะถูกอภิปรายเยอะหน่อย

ส่วนนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่นั้น นายสาทิตย์ กล่าวเพียงว่า แล้วจะรู้

ความคิดเห็น