รู้ตัวแล้ว หนุ่มหัวเกรียน ทำทรงเป็นตำรวจ กร่างตบกู้ภัยฝาแฝดช่วยคนเจ็บ ที่แท้เป็นช่างแอร์ มาร่วมก๊วนตำรวจเตะบอลด้วยกัน แถมอ้างกับพนักงานสอบสวนเป็นตชด.
วันที่ 14 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีหนุ่มฝาแฝด บอสและโบ๊ท อาสากู้ภัย อบต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” หลังอ้างถูกชายผมเกรียนใส่ชุดกีฬาด้านหลังเขียนคำว่า “udon police” ดูลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย ตบเข้าที่ใบหน้าขณะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุกลางสี่แยกสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะอาสากู้ภัยสามพร้าวได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บหมดสติ จึงเร่งเดินทางไปให้ความช่วยเหลือ แต่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ชายที่ขับรถเก๋งสีขาวได้ตามมายังจุดเกิดเหตุ ก่อนมีปากเสียงกับอาสากู้ภัย โดยผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าชายคนดังกล่าวปัดหมวกกันน็อก กระชากผ้าบัฟปิดหน้า และใช้กำลังชกบริเวณคอและท้ายทอย
ล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์ผล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผลตรวจสอบเบื้องต้น พบคู่กรณีไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ประกอบอาชีพช่างแอร์ มาร่วมก๊วนเตะบอลกับตำรวจสภ.เมืองอุดรธานีเท่านั้น แต่เจ้าตัวไปอ้างกับพนักงานสอบสวนว่าเป็น ตชด.ด้วย โดยทางพนักงานสอบสวนเตรียมนัดเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในวันศุกร์นี้ ส่วนหนุ่มฝาแฝดกู้ภัยซึ่งเป็นผู้เสียหายจะเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมในวันอังคารหน้า
โดยวันนี้ นายโบ๊ทและนายบาส ฝาแฝดอาสากู้ภัย อบต.สามพร้าวได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ ถาวรสิทพงษ์ รองผกก.(สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังเข้าแจ้งความกรณีถูกชายรายหนึ่งทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าชายคู่กรณีไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะมีบุคลิกลักษณะและการแต่งกายที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นตำรวจ โดยสวมเสื้อกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาร่วมกับตำรวจ แต่จากการตรวจสอบพบว่าประกอบอาชีพเป็นช่างแอร์ ไม่ได้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานตำรวจใด
ส่วนเรื่องคดี พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกชายคู่กรณีเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันศุกร์นี้ ส่วนผู้เสียหายจะมีการนัดสอบปากคำเพิ่มเติมในวันอังคารหน้า เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายบอสและนายโบ๊ท อายุ 22 ปีอาสากู้ภัย อบต.สามพร้าว เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุพยายามควบคุมสติและหลีกเลี่ยงการตอบโต้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนเข้าแจ้งความและตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่ามีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีได้
ตอนนี้พวกผมขอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเรียกร้องเงินชดเชยหรือคำขอโทษแล้ว แต่ต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบต่อการกระทำและขอโทษอย่างจริงใจ พร้อมให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายยังต้องรอการสอบสวนและพิจารณาพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อ