คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangลพบุรี · เปลี่ยน

ลพบุรี 1 ใน 10 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา — แต่ตอนนี้ต้องกังวลแค่ไหน?

ที่มา: สำนักข่าวลพบุรีทูเดย์ | Lopburi Today

ลพบุรี 1 ใน 10 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา — แต่ตอนนี้ต้องกังวลแค่ไหน? ปภ.ประสานลพบุรีและอีก 9 จังหวัดภาคกลาง รวมกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังน้ำเหนือมีแนวโน้มเพิ่มและกรมชลประทานเตรียมปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา แต่ประกาศล่าสุดยังระบุพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำของพระนครศรีอยุธยา ขณะที่ ยังไม่พบคำเตือนน้ำท่วมเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดลพบุรีจากประกาศชุดนี้ ชื่อ “ลพบุรี” ปรากฏอยู่ในประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาล่าสุด จนอาจทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า นี่หมายความว่าจังหวัดลพบุรีกำลังเสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ คำตอบจากข้อมูลที่มีถึงช่วงเย็นวันที่ 20 กันยายน 2569 คือ ยังไม่ควรสรุปแบบนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์เพิ่มระดับขึ้น แต่คำว่า “จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง” กับ “พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง” ในประกาศฉบับเดียวกันนั้นไม่ใช่ความหมายเดียวกัน ทำไมต้องเฝ้าระวัง? น้ำเหนือกำลังเพิ่ม ข้อมูลที่ ปภ.ได้รับจากกรมชลประทานในช่วงแรกคาดว่า วันที่ 27 กันยายน สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์จะมีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขา จะทำให้มีน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,150–1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงวางแผนรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งบางส่วน และในประกาศช่วงเช้าวันที่ 20 กันยายนประเมินว่า อาจจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รายงานสถานการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยาในวันที่ 20 กันยายนระบุว่า ขณะนั้นเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่สถานการณ์เปลี่ยนระหว่างวัน ช่วงเย็นวันที่ 20 กันยายน กรมชลประทานเปิดเผยว่า หลังมีฝนหนักในหลายจังหวัดภาคเหนือช่วงวันที่ 19–20 กันยายน น้ำท่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงประเมินการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ประมาณ 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะปรับตามปริมาณน้ำที่ไหลลงมาเหนือเขื่อนจริง แล้วระดับน้ำจะขึ้นตรงไหน? ประกาศของ ปภ.ช่วงแรกประเมินว่า หากระบายในอัตรา 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนอาจสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.60–1.50 เมตร พื้นที่ที่ประกาศระบุว่าอาจได้รับผลกระทบโดยตรงคือพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร โดยระบุว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ เมื่อกรมชลประทานปรับประมาณการระบายน้ำในช่วงเย็นเป็น 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็ยังระบุพื้นที่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษในกลุ่มอำเภอดังกล่าวของพระนครศรีอยุธยา และประเมินระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มประมาณ 0.50–1.50 เมตร ชื่อ “ลพบุรี” อยู่ในประกาศ แล้วหมายความว่าอะไร? สำหรับลพบุรี ข้อมูลที่มีในประกาศชุดนี้หมายถึง จังหวัดถูกกำหนดให้อยู่ในกลุ่มที่ต้อง ติดตาม เฝ้าระวัง ประชาสัมพันธ์ และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ปภ.ยังให้จังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับแม่น้ำ และประชาชนตามพื้นที่ริมแม่น้ำให้ติดตามระดับน้ำ รวมถึงเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และระบบช่วยเหลือหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น แล้วคนลพบุรีต้องทำอะไรตอนนี้? สำหรับประชาชนทั่วไป ยังไม่มีเหตุจากประกาศชุดนี้ที่ต้องตื่นตระหนกหรือรีบขนของขึ้นที่สูงทั้งจังหวัด สิ่งที่ควรทำคือ ติดตามประกาศจากจังหวัดลพบุรี ปภ. และกรมชลประทาน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่ที่มีระบบน้ำเชื่อมโยงกับลุ่มเจ้าพระยา และให้ความสำคัญกับประกาศที่ระบุ ชื่ออำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้านของตนเองโดยตรง หากจังหวัดลพบุรีออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เฉพาะเพิ่มเติม นั่นจึงจะเป็นข้อมูลที่ต้องนำมาประเมินระดับความเสี่ยงในพื้นที่อย่างเจาะจงอีกครั้ง แหล่งข่าว: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย / กรมชลประทาน / การประปานครหลวง เรียบเรียง: LOPBURITODAY

ความคิดเห็น