คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangลำพูน · เปลี่ยน

ย้อนเอกสาร “มูลนิธิองค์กรทำดี” เผยระเบียบเบิกจ่ายเงิน เกิน 5 แสน ใครอนุมัติ?

ที่มา: The Thaiger

ย้อนเอกสาร “มูลนิธิองค์กรทำดี” เผยระเบียบเบิกจ่ายเงิน เกิน 5 แสน ใครอนุมัติ?

ทนายนรเศรษฐ์ ย้อนเอกสารจัดตั้ง “มูลนิธิองค์กรทำดี” เผยระเบียบเบิกจ่ายเงิน หากเกิน 5 แสนบาท ใครเป็นคนอนุมัติ?

30 ตุลาคม 2569 นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ได้เปิดเผยประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ เรื่องการจดทะเบียนจัดตั้ง “มูลนิธิองค์กรทำดี” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงระเบียบการเบิกจ่ายเงินที่เกินกว่า 500,000 บาท โดยระบุว่า

“จากกระแสข่าวการบริหารจัดการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ผมชวนมาดูข้อมูลตามประกาศราชกิจจานุเบกษาและระเบียบข้อบังคับการเงิน เพื่อทำความเข้าใจประเด็นการเบิกจ่ายและผลทางกฎหมายกันครับ

1. คณะกรรมการชุดแรกของมูลนิธิ (จดทะเบียน 30 มีนาคม 2565) ระบุรายชื่อคณะกรรมการดำเนินงานในวาระเริ่มแรกไว้ดังนี้

- นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี — ประธานกรรมการ

- นางสาวพรพรรณ ภุมรินทร์ — รองประธานกรรมการ

- นายปวัชริน บุญชู — กรรมการ

- นายอภิวัติ ภุมภา — กรรมการและเหรัญญิก

- นางสาวศิริขวัญ นิลการรณ์ — กรรมการและเลขานุการ

(ทุนเริ่มแรกของมูลนิธิคือ เงินสดจำนวน 500,000 บาท)

2. ระเบียบการถอนและการสั่งจ่ายเงิน (ตามข้อบังคับ หมวดที่ 9 ข้อ 31) ข้อบังคับมูลนิธิ ข้อ 31 ได้ระบุหลักเกณฑ์การอนุมัติสั่งจ่ายเงินไว้อย่างชัดเจน

- วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ (กรณีทำหน้าที่แทน) มีอำนาจสั่งจ่ายได้คราวละไม่เกิน 500,000 บาท

- วงเงินเกิน 500,000 บาท ต้องได้รับอนุมัติจาก “คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก”

- ข้อยกเว้นกรณีฉุกเฉิน เว้นแต่กรณีมี “เหตุจำเป็นและเร่งด่วน” ให้อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการที่จะอนุมัติให้จ่ายได้ แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป

หากมีการเบิกจ่ายเกิน 500,000 บาท ที่ไม่ผ่านการอนุมัติของกรรมการเสียงข้างมาก หรือไม่มีการแจ้งรายงานย้อนหลังตามข้อบังคับ ย่อมสร้างข้อสงสัยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับระบบตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน และอาจเกิดคำถามว่ากรรมการได้มีส่วนร่วมรู้เห็นในการเบิกจ่ายเงินที่เกินครั้งละ 500,000 บาทหรือไม่อย่างไร

การดำเนินการเบิกจ่ายเงินที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับอย่างต่อเนื่องหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ อาจถูกนำไปใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาทางกฎหมายว่า “ผู้กระทำดำเนินการด้วยความสุจริตใจหรือไม่” เพราะหากรู้อยู่แล้วว่าผิดข้อบังคับแต่ยังคงทำ อาจสะท้อนถึงเจตนาแอบแฝงในการพิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์สุจริตในทางกฎหมายอีกด้วย”

- ทนายเปิ้ล ลาออกมูลนิธิฯ ยันไม่รู้เรื่องเงิน ไว้ใจ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้อสังคมโหดร้าย คนรอซ้ำเติม

- บุ๋ม ปนัดดา เอาจริง! ลุยฟ้องเพียบ ลั่น จะทำทุกวิถีทางเพื่อได้เงินมูลนิธิกลับคืน

ความคิดเห็น