“สาทิตย์” โพสต์แจงเหตุวงคุยวิป 3 ฝ่าย กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจล่ม ขอบคุณประธาน “โสภณ” รักษาศักดิ์ศรีสภาฯ นัดฝ่ายค้านถก 28 ต.ค. ก่อนเจรจารอบ 3
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการหารือในวงวิป 3 ฝ่ายถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจและจัดสรรเวลาในการอภิปรายฯ ในหัวเรื่อง “ทำไมวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องเป็นเรื่อง” สรุปสาระใจความได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ม.151 ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ คือฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลและให้ทำได้แค่ ปีละ 1 ครั้ง ถือเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลตามหลักประชาธิปไตย
ฝ่ายค้านต้องรวบรวมข้อมูล เตรียมผู้อภิปรายจนสรุปว่า จะอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน ซึ่งต้องใช้เวลา 5 วัน ที่ราว 60 ชั่วโมงมากกว่ายุคลุงตู่ ที่อภิปราย รัฐมนตรี 9-10 คน ยังได้เวลาตั้ง 40 ชั่วโมง ซึ่งในอดีต เขาหารือกันแบบไม่เป็นทางการ จนหาเวลาลงตัว แล้วค่อยกำหนดวันอภิปราย แต่ครั้งนี้ ตัวแทนของ ครม.ยืนยันว่า มีเวลาให้ 3 วัน คือ 27-29 ตุลาคม ส่วนเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมไม่ว่าง ทางพรรคฝ่ายค้านระบุ เพิ่มเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ได้ แต่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันบอกไม่ว่าง ส่วนถ้าจะลดเวลามาเหลือ 4 วัน พอบริหารได้ แต่ต้องเลื่อนวันอภิปราย เพราะต้องไปหารือกับผู้อภิปรายที่มีจำนวนมากก่อน สุดท้ายตัวแทนรัฐบาลบอกว่าต้องวันที่ 27-29 ตุลาคม โดยจะเพิ่มเวลาให้ตั้งแต่ช่วงบ่าย ของวันที่ 26 ตุลาคม แต่ต้องเลิก 02.30 น. ไม่นับเวลาการประท้วง จึงเป็นที่มาของคำว่า “อ้าว นี่ ฝ่ายนิติบัญญัติจะตรวจสอบรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญนะ จะไม่มีเวลากันเลยหรือ ที่สุดจึงจบที่วงคุย 3 ฝ่ายล่ม
“ที่ต้องขอบคุณ ประธานโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ซึ่งท่านทราบเรื่องทั้งหมด รวมถึงฝ่ายค้านที่ยกกันไปให้ข้อมูลท่าน มีทั้งผู้นำฝ่ายค้าน, ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานวิปฝ่ายค้าน คนประสานข้อมูลฝ่ายค้าน คือผมกับคุณโรม โดยเย็นวันที่ 22 ตุลาคม ท่านออกระเบียบวาระประชุม ไม่บรรจุวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า เพื่อให้รัฐบาลหาเวลาว่างมาให้สภาฯ ให้เหมาะกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมถือว่า เป็นการรักษาศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ในกรณีนี้” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หลังจากการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายล่ม ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านตามที่ตนโพสต์ไปก็นัดขึ้นไปพบประธานสภา ซึ่งท่านเข้าใจการทำหน้าที่ตรวจสอบของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยบอกมาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคฝ่ายค้านจะลดเวลาลงเหลือ 4 วัน บวก 1 วันในการลงมติ โดยมีเวลาพูดให้ราว 50 ชั่วโมง คร่าว ๆ ซึ่งเราก็ต้องมาคุยกันเองในการบริหารจัดการเวลาเพื่อตัดทอนจำนวนผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะเราจัดตัวผู้อภิปรายไว้แล้ว ซึ่งมีการนัดคุยกันในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ตุลาคม ที่รัฐสภา เฉพาะฝ่ายค้าน เพื่อให้ได้ข้อยุติของพวกเรากันก่อน ที่จะไปแจ้งต่อประธานสภา เพื่อให้ท่านนัดตัวแทนวิป 2 ฝ่ายของรัฐบาลและครม. เพื่อนัดวันประชุมรอบ 3 ของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย)ต่อไปว่า ถ้าอภิปรายในเดือนตุลาคม ไม่ได้ต้องเลื่อนไปเดือนพฤศจิกายน ประธานสภาต้องสอบถามไปที่ ครม. ก่อนว่าสะดวกวันไหน แต่จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากและคิดว่ารัฐบาลคงไม่ทำเช่นนั้นเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องชนิดนี้เกิดขึ้น