เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ในจังหวัดกระบี่ หลังมีการเผยแพร่เหตุการณ์รถพ่วง 18 ล้อ ขับขวางทางรถฉุกเฉิน (Ambulance) ของโรงพยาบาลปลายพระยา ซึ่งกำลังเร่งนำส่งผู้ป่วยเคสฉุกเฉินวิกฤตไปรับการรักษาต่อยังโรงพยาบาลกระบี่
เปิดพฤติกรรมสุดสะเทือนใจ ไม่หลบ ไม่หลีก ต้องแซงไปเอง
รายงานระบุว่า ในขณะที่รถฉุกเฉินโรงพยาบาลปลายพระยาเปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรนขอทางอย่างชัดเจน รถพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าวกลับไม่มีท่าทีที่จะชะลอความเร็ว หรือหลบเข้าเลนซ้ายเพื่อให้ทางแก่รถฉุกเฉินแต่อย่างใด จนทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถฉุกเฉินต้องตัดสินใจหาจังหวะขับแซงผ่านไปเองด้วยความยากลำบากและความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและดึงสติผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก โดยมีคำถามถึงจิตสำนึกของผู้ขับขี่ว่า "หากผู้ป่วยภายในรถคันนั้นเป็นญาติ พ่อ หรือแม่ ของคุณเอง คุณจะรู้สึกอย่างไร" เพราะทุกนาทีและทุกวินาทีบนรถฉุกเฉินหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
กฎหมายควรรู้: ไม่หลบรถฉุกเฉิน มีโทษอย่างไร?
ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เมื่อผู้ขับขี่เห็นรถฉุกเฉินเปิดไฟสัญญาณวับวาบและใช้เสียงสัญญาณไซเรน จะต้องปฏิบัติดังนี้:
- หยุดรถ หรือขับรถชิดซ้าย: ขยับรถเข้าเบียดชิดขอบทางด้านซ้าย หรือขยับหลบช่องทางเดินรถให้รถฉุกเฉินผ่านไปได้สะดวก
- หากไม่หลบทาง มีความผิดตามกฎหมาย: มีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด และหากการไม่หลบทางเป็นเหตุให้ผู้ป่วยในรถฉุกเฉินเสียชีวิต หรืออาการทรุดลง อาจถูกพิจารณาความผิดทางอาญาเพิ่มเติมด้วย
สำนึกน้ำใจบนท้องถนน เพื่อ 1 ชีวิตที่กำลังรอการช่วยเหลือ
กรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ครั้งนี้ จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ทางรถพยาบาลและรถฉุกเฉิน การมีน้ำใจหลีกทางเพียงไม่กี่วินาที อาจหมายถึงการมอบโอกาสรอดชีวิตกลับคืนมาให้ใครบางคนและครอบครัวของเขา