คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกระบี่ · เปลี่ยน

สมาคมพยาบาล แถลงการณ์ คัดค้าน ‘อาสาพยาบาลชุมชน’ เรียกร้อง 3 ข้อจี้รัฐทบทวน-ตรวจสอบ

ที่มา: มติชน

สมาคมพยาบาล แถลงการณ์ คัดค้าน ‘อาสาพยาบาลชุมชน’ เรียกร้อง 3 ข้อจี้รัฐทบทวน-ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ เรื่อง การคัดค้านนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน ระบุว่า เราประชาชนและพยาบาลขอยื่นหนังสือต่อรัฐสภา เพื่อใช้สิทธิเสนอข้อร้องเรียนให้ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบ พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อคุ้มครองสิทธิความปลอดภัยของประชาชนและระบบบริการสุขภาพ

อ่านข่าว – สมาคมพยาบาล ล่ารายชื่อ ค้าน อาสาพยาบาลชุมชน ห่วง อบรมเพียง 240 ชม. ให้ดูแลปชช.กลุ่มเสี่ยง

๑. กฎหมายกำหนดบทบาทและควบคุมการประกอบวิชาชีพ

พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายที่ผ่านกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ โดยรัฐสภา (ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา) มีบทบาทพิจารณาร่างกฎหมายตามกระบวนการที่กำหนด มาตรา ๔ กำหนดความหมายของการพยาบาลและการประกอบวิชาชีพการพยาบาล ส่วนมาตรา ๒๗ กำหนดข้อห้ามมิให้บุคคลที่ไม่มีสิทธิประกอบวิชาชีพกระทำการพยาบาลหรือแสดงตนว่ามีสิทธิประกอบวิชาชีพ

๒. มาตรา ๓๐ ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลต้องมีคุณสมบัติด้านความรู้และวุฒิการศึกษาตามกฎหมาย การฝึกอบรมระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้ผู้ผ่านการอบรมมีสิทธิทำการพยาบาลโดยอัตโนมัติ แม้จะได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านสุขภาพก็ตาม

๓. กฎหมายกำหนดขอบเขต คุณสมบัติ และเงื่อนไขในการมีสิทธิประกอบวิชาชีพการพยาบาล ก็เพื่อคุ้มครองประชาชนให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย เรา ขอแสดงความห่วงกังวลต่อการใช้อาสาพยาบาลชุมชนที่ผ่านการอบรม ๒๔๐ ชั่วโมง ให้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด (๒ ชีวิต) เด็ก และผู้ป่วยหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด ล้วนเป็นกลุ่มเปราะบาง มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ซึ่งตามกฎหมายและมาตรฐานสากลภารกิจนี้ต้องใช้พยาบาลวิชาชีพที่ใช้เวลาการศึกษาอบรม ๔ ปี หากไม่สามารถแยกแยะสัญญาณอันตรายหรือส่งต่อได้ทันเวลา ความล่าช้าอาจนำไปสู่ความพิการ ความเจ็บป่วยรุนแรง หรือการสูญเสียชีวิต ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยตกอยู่กับประชาชน ความเสี่ยงทางกฎหมายตกอยู่ที่อาสาพยาบาลชุมชน ผู้ฝึกอบรม ผู้เป็นพี่เลี้ยง และการมอบหมายงานเกินขอบเขตกฎหมาย อาจก่อให้เกิดความรับผิดทั้งผู้จัด/ผู้ฝึกอบรม ผู้มอบหมายงาน และผู้ปฏิบัติงาน เราขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

๑. ทบทวนนโยบายก่อนขยายการดำเนินงาน ประเมินความเสี่ยงต่อผู้ป่วยและเปิดเผยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างโปร่งใส

๒. กำหนดขอบเขตหน้าที่ตามกฎหมายและสมรรถนะอย่างชัดเจน แยกงานสนับสนุนออกจากงานที่ต้องใช้ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาต พร้อมเชิญสภาการพยาบาลและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดมาตรฐาน

๓. ตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จัดอบรม ผู้ฝึกสอน ผู้มอบหมายงาน และผู้กำกับดูแล เพื่อป้องกันการฝึกหรือการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย

การขาดแคลนพยาบาลเป็นปัญหาที่รัฐต้องแก้ด้วยการพัฒนาและรักษากำลังคน การจัดทรัพยากรอย่างเหมาะสม หากรัฐมีงบประมาณ มีพยาบาลวิชาชีพรอการบรรจุอีกกว่า ๗,๐๐๐ คน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานกฎหมายวิชาชีพ

อาสาพยาบาลชุมชนอาจเป็นกำลังสนับสนุนระบบสุขภาพที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกใช้แทนวิชาชีพในภารกิจที่ต้องอาศัยความรู้ ทักษะ การตัดสินใจทางคลินิก และความรับผิดชอบตามกฎหมาย

ชีวิตและสุขภาพของประชาชนไม่ใช่พื้นที่ทดลองนโยบาย

ความปลอดภัยต้องเป็นเงื่อนไขแรกของทุกนโยบายสุขภาพ

ความคิดเห็น