สลด ผู้รับเหมา วัย 61 ถูกม้าเหล็กทับร่าง เสียชีวิตสยองคารางรถไฟ พบฝากของให้แม่ค้าพร้อมสั่งเสีย พนักงานช็อคร้องตะโกนแต่ไม่ฟัง คาดปมเครียดหนี้หนี้สิน-โรครุมเร้า
วันที่ 21 ต.ค.2569 ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจ้งกระโทก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนถูกรถไฟทับร่างเสียชีวิต บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านขาว หมู่ 11 ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน และแพทย์เวร เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพนายสุริยัน อายุ 61 ปี ชาว อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย สภาพร่างกายถูกขบวนรถไฟชนอย่างรุนแรง จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ และบันทึกสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานญาติให้รับทราบ เพื่อดำเนินการรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
นายคำผล อิศคง อายุ 63 ปี พนักงานโบกรถไฟ เล่าว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นนายสุริยันเดินมานั่งอยู่ใกล้จุดที่ตนทำงาน จึงเข้าไปสอบถาม แต่ผู้ตายไม่ได้พูดอะไร ต่อมาเมื่อเห็นว่ารถไฟกำลังจะผ่าน จึงตะโกนเตือนให้หลบออกจากทางรถไฟ แต่สุริยันกลับพูดขึ้นว่า “จะนอนให้รถไฟทับ จากนั้นก็ลงนอนจริง ๆ ไม่นานรถไฟเคลื่อนผ่านและชนร่างจนเสียชีวิต ตกใจแทบช็อคเห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตานายคำผลกล่าวด้วยว่า หากดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตรับรู้ได้ ก็ขอให้ไปสู่สุคติด้วยเถิด
ด้าน พระวีรเดช ธีระปัญโญ อายุ 68 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ไชยศรีชัยไตรรัตน์ ต.บ้านขาว เปิดเผยว่า นายสุริยันเคยบวชเป็นพระในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ก่อนจะมาขอลาสิกขา แต่ภายหลังกลับหายไป ก่อนจะเดินทางมาขออาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ตนจึงอนุญาตให้อยู่และช่วยงานภายในสำนักสงฆ์ ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ด้วยกัน นายสุริยันเป็นคนพูดจาเรียบง่าย มีน้ำใจ และขยันขันแข็ง โดยเฉพาะงานก่อสร้าง เนื่องจากมีความรู้ความสามารถด้านงานช่างเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม นายสุริยันมักบ่นถึงปัญหาชีวิตหลายด้าน ทั้งหนี้สินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประมาณ 200,000 บาท ตลอดจนปัญหาสุขภาพ มีอาการเจ็บป่วยบริเวณคางจนเกิดการอักเสบและมีหนอง รวมถึงโรคประจำตัวและร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง ทางสำนักสงฆ์พยายามพูดคุยให้กำลังใจและดูแลเรื่องสุขอนามัยมาโดยตลอด
ขณะที่นางลำพูน สารีโส อายุ 69 ปี แม่ค้าในพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า นายสุริยันเป็นผู้รับเหมาปูกระเบื้องฝีมือดี ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน นายสุริยันนำบัตรประชาชน และบัตรเอทีเอ็มมาฝากไว้ พร้อมกำชับว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับตน ขอให้ช่วยโทรศัพท์แจ้งแม่ ซึ่งบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่ จ.หนองคาย โดยยังพูดถึงเรื่องเงินที่จะได้รับหากเสียชีวิต ทำให้ตนรู้สึกผิดสังเกต แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นจริง
นางลำพูน กล่าวอีกว่า นายสุริยันมักมาระบายความทุกข์ให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง ทั้งเรื่องเจ็บป่วยหลายโรค กินอาหารไม่ได้มาประมาณ 2 สัปดาห์ และเคยพูดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุยังมาพูดถึงเรื่องประกันที่ทำไว้กับธนาคารออมสินอีกด้วย เสียใจและช็อคมากคนดีๆ ไม่น่าจะคิดสั้นแบบนี้