ส.แบดมินตันไทย ออกแถลงการณ์ร่ายยาว แจงคัดเลือกผู้สนับสนุนโปร่งใส
เมื่อวันที่ 28 ตุุลาคม สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์เรื่อง การพิจารณาผู้สนับสนุนและการรักษาผลประโยชน์ของสมาคมฯ และนักกีฬา ระบุว่า ตามที่ปรากฏมีข่าวเกี่ยวกับการบริหารงานของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงในหลายประการนั้น
ปัจจุบัน สมาคมฯ มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการบริหารและแนวทางการดำเนินงานจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยยึดเอานักกีฬาและสโมสรเป็นศูนย์กลาง มีนโยบายอย่างชัดเจนว่า งบประมาณและเงินสนับสนุนที่ได้รับเพื่อการพัฒนานักกีฬาและสโมสร ต้องนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่นักกีฬาและสโมสรอย่างแท้จริง ตรงตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น สมาคมฯ จึงได้จัดทำประเด็นตามที่ถูกกล่าวหาในแต่ละกรณี ดังนี้
1. กรณีสถานะด้านการเงิน ภาระการก่อสร้างอาคารฯ และนโยบายการใช้เงินสนับสนุน
ก่อนที่จะริเริ่มโครงการก่อสร้างอาคารสมาคมฯ และสนามฝึกซ้อมแห่งใหม่ สมาคมฯ ได้มีการกำหนดนโยบายสำคัญไว้ว่าการจัดหาและบริหารงบประมาณการก่อสร้างต้องไม่กระทบต่องบประมาณสำหรับการบริหารจัดการ การพัฒนานักกีฬา การจัดการแข่งขัน และการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันตามแผนประจำปี
สมาคมฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการฯ และวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 โดยข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะในช่วงเริ่มโครงการฯ ระบุงบประมาณการก่อสร้างไว้ประมาณ 220 ล้านบาท ไม่รวมค่าตกแต่ง แบ่งเป็นเงินของสมาคมฯ ประมาณ 110 ล้านบาท และเงินจากผู้แสดงเจตนารมณ์ให้การสนับสนุนอีกประมาณ 110 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 สมาคมฯ ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนดังกล่าว ขณะที่การก่อสร้างได้ดำเนินไปแล้วและยังมีค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง สมาคมฯ จึงต้องแบกรับภาระในการจัดหาเงินเพื่อให้การก่อสร้างดำเนินการต่อไปได้ ควบคู่ไปกับการดูแลนักกีฬาและดำเนินภารกิจงานประจำ โดยได้จัดหาเงินจากช่องทางอื่นอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้มุ่งรอพึ่งเงินสนับสนุนดังกล่าวเพียงอย่างเดียว
สมาคมฯ ขอยืนยันว่า ภายใต้การบริหารของคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน การใช้จ่ายเงินของสมาคมฯ ต้องเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาและมีมติเห็นชอบ โดยระบุให้ชัดเจนว่าจะนำเงินไปใช้เพื่อการใด วงเงินเท่าใด และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงบประมาณแต่ละส่วน พร้อมจัดทำหลักฐานรายรับรายจ่ายอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
2. กรณีการเจรจากับ VICTOR และภาพการแถลงข่าวร่วมกัน
การประสานและเจรจากับ VICTOR ในช่วงแรกได้ดำเนินการโดยบุคคลที่มิได้รับมอบอำนาจจากผู้บริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน ซึ่งนายกสมาคมฯ และเลขาธิการสมาคมฯ ยังไม่ได้รับสัญญาฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบก่อนการแถลงข่าวร่วมกันเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นเพียงสัญลักษณ์ในการประชาสัมพันธ์ ว่าจะมี การทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต
ต่อมา เมื่อนายกสมาคมฯ และเลขาธิการสมาคมฯ ได้รับสัญญาฉบับเต็มเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 และตรวจสอบรายละเอียด จึงพบว่ามีเงื่อนไขหลายประการที่หากยอมรับไปแล้ว จะทำให้สมาคมฯ เสียประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขที่กระทบต่อสิทธิของนักกีฬา พันธกรณีกับผู้สนับสนุนส่วนตัวของนักกีฬาแต่ละคน สโมสร และผู้สนับสนุนรายอื่น รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินภารกิจด้านกีฬาในนามประเทศไทย
สมาคมฯ จึงขอเจรจาปรับแก้เงื่อนไข เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงที่เหมาะสมร่วมกันได้ โดยพิจารณาทั้งมูลค่าการสนับสนุน สิทธิ หน้าที่ และผลกระทบตลอดอายุสัญญา
3. กรณีการยุติการเจรจากับ VICTOR
ผู้บริหารสมาคมฯ ได้ดำเนินการเจรจากับ VICTOR อย่างต่อเนื่องอยู่เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน แต่ไม่สามารถหาข้อตกลงได้ จึงได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯและมีมติแต่งตั้ง“คณะทำงานเจรจาร่างสัญญาผู้สนับสนุนและสิทธิประโยชน์ของสมาคมฯ” เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือร่วมกันอีกประมาณ 2 เดือน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปและบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
คณะทำงานเจรจาฯ จึงนำรายละเอียดและประเด็นที่ยังหาข้อยุติไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสมาคมฯ โดยคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมทุกท่านมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ยุติการเจรจา และเริ่มกระบวนการสรรหาผู้สนับสนุนรายใหม่
จากนั้น สมาคมฯ ได้แจ้งมติดังกล่าวให้ VICTOR ทราบ โดย VICTOR รับทราบและแจ้งยุติการเจรจาเช่นกัน
การยุติการเจรจาครั้งนี้จึงผ่านกระบวนการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบเป็นมติของคณะกรรมการสมาคมฯ มิใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมีเอกสารและหลักฐานรองรับ พร้อมแจ้งให้ VICTOR ทราบอย่างชัดเจน
4. กรณีการเลือกผู้สนับสนุนรายใหม่
หลังจากยุติการเจรจากับ VICTOR แล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สมาคมฯ ได้จัดส่งข้อตกลงและเงื่อนไขการสนับสนุน หรือ TOR ให้แก่ผู้สนับสนุนรายอื่นที่สนใจ เพื่อเปิดให้ทุกแบรนด์ยื่นข้อเสนอภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมโดยพิจารณาทั้งมูลค่าการสนับสนุน เงื่อนไขสัญญา และประโยชน์ที่สมาคมฯ และนักกีฬาจะได้รับ
ต่อมา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 VICTOR แจ้งว่าไม่ประสงค์ยื่นข้อเสนอใหม่ตามกระบวนการดังกล่าว สมาคมฯ จึงได้ดำเนินการต่อ และรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับผู้สนับสนุนที่สนใจต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ภายหลังการประชุม VICTOR ได้ติดต่อกลับมาแสดงความประสงค์จะยื่นข้อเสนออีกครั้ง พร้อมเสนอเงื่อนไขว่า ข้อเสนอของ VICTOR จะต้องไม่เข้าสู่การแข่งขันกับรายอื่น
คณะกรรมการสมาคมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ แต่ยังเปิดโอกาสให้ VICTOR ส่งข้อเสนอและร่างสัญญาตามขั้นตอนแบบเดียวกับผู้สนับสนุนรายอื่นๆ เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
เมื่อครบกำหนดตาม TOR คณะทำงานเจรจาฯ ได้นำเสนอรายละเอียดของผู้ที่ยื่นข้อเสนอมาแล้ว รวมทั้งผลการกลั่นกรอง และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ต่อที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบเลือกผู้สนับสนุนรายใหม่ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 6 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง
สมาคมฯ ขอยืนยันว่า คณะทำงานเจรจาฯ มีหน้าที่เพียงกลั่นกรองและนำเสนอข้อมูลเท่านั้น อำนาจการตัดสินใจเป็นของคณะกรรมการสมาคมฯ ตามกระบวนการและข้อบังคับ
ทั้งนี้ มติที่ให้ยุติการเจรจากับ VICTOR ซึ่งเป็นเอกฉันท์ และมติเลือกผู้สนับสนุนรายใหม่ซึ่งเป็นเสียงข้างมาก เป็นคนละมติและเกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน
5. กรณีหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้สนับสนุนและการตรวจสอบความโปร่งใส
สมาคมฯ ยึดประโยชน์ของสมาคมฯ นักกีฬา และส่วนรวมเป็นหลัก การพิจารณาผู้สนับสนุนจึงไม่ได้ดูเฉพาะยอดเงิน แต่ต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความเหมาะสม เงื่อนไข สิทธิ หน้าที่ และผลกระทบตลอดอายุสัญญา โดยได้ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และนำเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาก่อนมีมติเห็นชอบ อย่างโปร่งใส ตามกระบวนการและข้อบังคับของสมาคมฯ
การตัดสินใจจึงเป็นมติของคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ยึดข้อมูลและประโยชน์ส่วนรวม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคลของผู้ใด สำหรับตัวเลขและรายละเอียดทางการค้าบางส่วน สมาคมฯ มีข้อผูกพันในการรักษาความลับตามสัญญา จึงต้องพิจารณาขอบเขตการเปิดเผยให้สอดคล้องกับสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ข้อผูกพันดังกล่าวไม่ได้เป็นเหตุปิดกั้นการตรวจสอบ สมาคมฯ ยินดีให้ความร่วมมือและนำส่งเอกสารหลักฐานแก่หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการพิจารณาและการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใส
สมาคมฯ และคณะทำงานเจรจาฯ ได้ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันอย่างเป็นธรรม ไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้สนับสนุนรายใดเป็นการเฉพาะ และไม่ยอมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดกดดันหรือแทรกแซงเพื่อให้เลือกผู้สนับสนุนตามความต้องการของตน การพิจารณาได้ยึดข้อเสนอ เงื่อนไขสัญญา และประโยชน์ของสมาคมฯ และนักกีฬาเป็นหลัก โดยอำนาจตัดสินใจทั้งหมดเป็นของคณะกรรมการสมาคมฯ ตามกระบวนการและข้อบังคับ
6. กรณีเหตุผลในการทำสัญญาระยะเวลา 8 ปี
สมาคมฯ พิจารณาระยะเวลาสัญญา 8 ปี โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องของการสนับสนุนและแผนพัฒนานักกีฬาในระยะยาว ทั้งนี้ สัญญากำหนดสิทธิประโยชน์และมูลค่าการสนับสนุนในช่วงปีที่ 1–4 และปีที่ 5–8 ไว้อย่างชัดเจน โดยมีการเพิ่มมูลค่าตามช่วงเวลาที่กำหนด มิใช่การกำหนดมูลค่าเท่าเดิมตลอดอายุสัญญา
การเจรจาตั้งอยู่บนสถานการณ์จริง ตามศักยภาพของนักกีฬาในปัจจุบัน และเป้าหมายการพัฒนาในอนาคต โดยสมาคมฯ และผู้สนับสนุนมีแนวทางร่วมกันที่จะสนับสนุนควบคู่ไปกับการพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาระยะเวลา มูลค่าการสนับสนุน และเงื่อนไขโดยรวมแล้ว เห็นว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์และแผนดำเนินงานของสมาคมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบตามกระบวนการ
สมาคมฯ ขอยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ได้พิจารณาโดยยึดประโยชน์ของสมาคมฯ และนักกีฬาเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ สมาคมฯ ยินดีที่จะให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดของสัญญาและหลักเกณฑ์ที่สมาคมฯ ใช้ในการพิจารณา เพื่อแสดงความโปร่งใส บริสุทธิ์และยุติธรรมในการดำเนินการ
7. กรณีการแต่งตั้งกรรมการใหม่
ก่อนหน้านี้ กรรมการสมาคมฯ หลายท่านได้ขอลาออกเนื่องจากมีภารกิจส่วนตัว ทำให้คณะกรรมการสมาคมฯ จากจำนวนที่กำหนดไว้ 19 คน เหลือผู้ดำรงตำแหน่งเพียง 12 คน สมาคมฯ จึงดำเนินการแต่งตั้งกรรมการทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามคำสั่งลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 และเสนอเรื่องต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะนายทะเบียน เพื่อพิจารณาอนุมัติ
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 การแต่งตั้งดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก กกท. ผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งใหม่จึงยังไม่มีสิทธิ์ออกเสียง และไม่ได้ร่วมลงคะแนนในการพิจารณาเลือกผู้สนับสนุนรายใหม่ครั้งนี้
สมาคมฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง ข้อกล่าวอ้างที่ว่า มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามา เพื่อจะให้ลงคะแนนเลือกผู้สนับสนุนนั้น จึงไม่เป็นความจริง โดยสมาคมฯ พร้อมแสดงเอกสารการแต่งตั้ง รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และหลักฐานการลงคะแนนต่อผู้มีอำนาจตรวจสอบ
สำหรับผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการใหม่ สมาคมฯ ขอยืนยันว่าได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับและหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการสมาคมฯ ทั้งนี้ การแต่งตั้งยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก กกท.
8. กรณีประเด็นการลาออกของนักกีฬา
กรณีนักกีฬาที่แจ้งขอลาออกตามที่ปรากฏเป็นข่าว จากการตรวจสอบข้อมูลของสมาคมฯ พบว่านักกีฬาเคยแจ้งความประสงค์ขอลาออกมาแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน เมษายน 2568 โดยในครั้งนั้น ผู้ฝึกสอนได้พูดคุยกับนักกีฬาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว
ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นักกีฬาได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่ามีอาการบาดเจ็บและจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
ตามเหตุผลที่นักกีฬาแจ้งต่อสมาคมฯ การลาออกครั้งนี้จึงเป็นเรื่องสุขภาพของนักกีฬา การนำไปเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผู้สนับสนุนหรือคุณภาพอุปกรณ์ โดยไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างครบถ้วน อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของสมาคมฯ ตลอดจนผู้สนับสนุนที่ถูกพาดพิงทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุผลการลาออกตามที่นักกีฬาแจ้งไว้
สมาคมฯ จึงใคร่ขอให้สื่อมวลชนและผู้เผยแพร่ข้อมูล ได้กรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้องก่อนที่จะเผยแพร่ข่าวดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดความคลาดเคลื่อนและเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ สมาคมฯ พร้อมชี้แจงตามหลักฐาน โดยเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของนักกีฬา
9. กรณีการแอบอ้างชื่อหรือตราสมาคมฯ และการเผยแพร่ข้อมูลโดยมิชอบ
จากการตรวจสอบของสมาคมฯ ไม่พบว่ามีกรรมการหรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้ให้ข่าวตามที่ถูกกล่าวอ้าง หากผู้ใดมีข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับการแอบอ้างชื่อผู้บริหาร ชื่อหรือตราสัญลักษณ์ของสมาคมฯ หรือสถานะผู้แทนสมาคมฯ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ขอให้นำส่งสมาคมฯ เพื่อตรวจสอบตามข้อบังคับและกฎหมายต่อไป
การให้ข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือเปิดเผยข้อมูลสัญญาโดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์รักษาความลับ อาจทำให้สมาคมฯ เสี่ยงต่อการถูกเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดี อีกทั้งยังกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ตลอดจนทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดได้
หากตรวจสอบพบว่ามีการให้ข่าวอันเป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือเปิดเผยข้อมูลโดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การรักษาความลับจนก่อให้เกิดความเสียหาย สมาคมฯ จะดำเนินการตามทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด ตามพฤติการณ์และหลักฐาน เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ขาดจริยธรรมและความรับผิดชอบ ผู้กระทำย่อมไม่สมควรมีบทบาทหรือปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับสมาคมฯ อีกต่อไป โดยสมาคมฯ จะดำเนินการตามข้อบังคับและกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ สมาคมฯ เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การตรวจสอบ และการแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่มีอำนาจโดยสุจริต จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน