เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 08.15 น. นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ สำนักงานจังหวัดกระบี่ และการประปาส่วนภูมิภาคกระบี่ เข้าร่วมการประชุม กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบ Video Conference โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 8
สรุปข้อสั่งการสำคัญจากนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชน
1. ปรับแผนระบายน้ำระหว่างจังหวัดแบบ "ไร้รอยต่อ"
แม้สถานการณ์อุทกภัยภาพรวมในหลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ แต่บางจังหวัดยังคงมีน้ำท่วมขัง นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทุกจังหวัดทบทวนและปรับปรุงแผนระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ต้องมีการประสานงานบูรณาการระบายน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อเพื่อความรวดเร็ว
2. ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ จัดเตรียมเสบียงและถุงยังชีพให้ตรงจุด
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วงปลายปี 2568 ว่า "น้ำดื่มและอาหาร" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด พร้อมให้แนวทางจัดถุงยังชีพอย่างเหมาะสม:
- พื้นที่ตัดขาดไฟฟ้า-น้ำประปา: ต้องเน้นอาหารและสิ่งของที่สามารถรับประทานหรือใช้งานได้ทันที หลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ต้องนำไปหุงต้ม เช่น ข้าวสาร
- พื้นที่ระยะฟื้นฟู: ปรับรูปแบบสิ่งของช่วยเหลือให้เหมาะสมกับความจำเป็นของประชาชนในพื้นที่
3. เร่งสำรวจความเสียหาย ส่งรายชื่อรับเงินเยียวยาโดยเร็ว
สั่งการให้ทุกจังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งสำรวจความเสียหายและรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ส่งตรงไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่ออนุมัติและเร่งโอนเงินเยียวยาช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด
4. สื่อสารข้อมูลชัดเจน และเฝ้าระวังความขัดแย้งในพื้นที่
เน้นย้ำให้ภาครัฐเพิ่มการสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งข้อมูลสถานการณ์ แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย และช่องทางขอรับความช่วยเหลือ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เฝ้าระวังและสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชน เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการระบายน้ำหรือการทำแนวคันกั้นน้ำ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานนำข้อสั่งการทั้งหมดไปปฏิบัติในทันที เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน