คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกระบี่ · เปลี่ยน

กรมควบคุมโรคย้ำจุดยืน ‘สุขภาพมาก่อนภาษี’ ค้านแนวคิดตั้ง กมธ.เก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า

ที่มา: มติชน

กรมควบคุมโรคย้ำจุดยืน ‘สุขภาพมาก่อนภาษี’ ค้านแนวคิดตั้ง กมธ.เก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า

กรณีกระแสข่าวคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเสนอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า นั้น

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกข้อความแสดงจุดยืนยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนในการคงมาตรการ ห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดในประเทศไทย พร้อมแสดงความห่วงใยว่า การผลักดันนโยบายเพื่อจัดเก็บภาษี อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดแก่สังคม และเป็นการนำสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไปแลกกับรายได้ของรัฐซึ่งประเมินแล้วว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย” เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดรุนแรง

“ละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีและอนุภาคขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด หากมีการอนุญาตให้ขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อแลกกับ การเก็บภาษี ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต จะสูงกว่าเม็ดเงินภาษีที่จัดเก็บได้อย่างมหาศาล ที่น่าห่วงที่สุดคือเด็กและเยาวชน ซึ่งสมองยังอยู่ระหว่างการพัฒนา การได้รับนิโคตินจะกระทบต่อความจำ การเรียนรู้ และการควบคุมอารมณ์ไปตลอดชีวิต” กรมควบคุมโรค ระบุ

กรมควบคุมโรค ระบุว่า การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษี จะทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับกลยุทธ์การตลาด รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่รัฐเก็บภาษีคือของที่ปลอดภัย การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่การยอมรับให้เป็นของถูกกฎหมายเพื่อเก็บรายได้ แต่ต้องให้น้ำหนักกับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ควบคู่กับการเฝ้าระวังและปราบปรามการจำหน่ายอย่างจริงจัง

“ปัจจุบัน ประเทศไทยมีมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) รวมถึงห้ามผลิต ห้ามขาย หรือให้บริการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมจะเร่งเดินหน้าสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงผลกระทบต่อสุขภาพ และสนับสนุนให้ประชาชนร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายผ่านแอพพลิเคชัน ทางรัฐ แทนการสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถูกกฎหมาย” กรมควบคุมโรค ระบุและว่า ทั้งนี้ การพิจารณานโยบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ควรจำกัดมุมมองอยู่แค่เพียงมิติทางเศรษฐศาสตร์ และการจัดเก็บรายได้ แต่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับหลักฐานวิชาการทางการแพทย์ ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว และความสามารถในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการเสพติดนิโคติน ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างสังคมที่ใส่ใจสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยปราศจากผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ

ความคิดเห็น