คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกระบี่ · เปลี่ยน

อาลัย “เมตตา รุ่งรัตน์” ประวัติ นางเอกตุ๊กตาทอง ฉายา “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย”

ที่มา: The Thaiger

อาลัย “เมตตา รุ่งรัตน์” ประวัติ นางเอกตุ๊กตาทอง ฉายา “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย”

เมตตา รุ่งรัตน์ อาจทำให้ผู้ชมแต่ละรุ่นนึกถึงภาพต่างกัน บางคนจำเธอในฐานะนางเอกหน้าคม บางคนคุ้นกับบทหญิงสูงศักดิ์หรือตัวละครฝีปากจัดจ้าน แต่เบื้องหลังบทบาทเหล่านั้น คือผู้หญิงที่เริ่มต้นจากการเรียนนาฏศิลป์และเป็นครู ก่อนก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี

หลังมีรายงานการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ในวัย 83 ปี ในบ้านพัก ซอยคุ้มเก้า 4/1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ผลงานที่ฝากไว้ทั้งบนจอเงินและจอโทรทัศน์ทำให้ชื่อของนักแสดงเจ้าของฉายา “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” กลับมาอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอีกครั้ง

เด็กสาวฝั่งธนฯ ที่เติบโตมากับศิลปะการแสดง

เมตตา รุ่งรัตน์ มีชื่อจริงว่า ดาราวดี ดวงดารา ชื่อเล่น เหน่ง เกิดวันที่ 15 ธันวาคม 2485 ที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นลูกสาวของ บุญส่ง ดวงดารา ศิลปินและนักแสดงในยุคโทรทัศน์ขาวดำ

เธอเรียนด้านนาฏศิลป์ที่โรงเรียนเฉลิมศาสตร์ ย่านประตูน้ำ จบการศึกษาในปี 2503 และเป็นครูที่โรงเรียนแห่งเดิม ระหว่างนั้นยังมีโอกาสรำละครออกโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม งานแสดงจึงค่อย ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตั้งแต่ก่อนจะมีชื่อ “เมตตา รุ่งรัตน์” บนใบปิดหนัง

ต่อมา ศรินทิพย์ ศิริวรรณ และ ชาลี อินทรวิจิตร ชักชวนเธอเข้าสู่วงการภาพยนตร์ พาไปฝากกับ ประทีป โกมลภิส พร้อมตั้งชื่อในการแสดงให้ว่า เมตตา รุ่งรัตน์

เริ่มจากนางรอง ก่อนคว้าตุ๊กตาทองในปีถัดมา

ภาพยนตร์เรื่องแรกของเมตตาคือ เด็ดดอกฟ้า เข้าฉายในปี 2504 โดยรับบทรองจากนางเอก และมีอนุชา รัตนมาลย์ กับภาวนา ชนะจิต เป็นนักแสดงนำ

เพียงปีถัดมา เธอได้ขึ้นเป็นนางเอกใน จอมใจเวียงฟ้า คู่กับ จิตรกร สุนทรปักษิน ก่อนร่วมงานกันอีกครั้งใน วัยรุ่นวัยคะนอง ซึ่งกลายเป็นผลงานสำคัญ เพราะทำให้เธอได้รับ รางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2505

จากนักแสดงหน้าใหม่ในบทรอง เมตตาจึงมีทั้งบทนางเอกและรางวัลใหญ่รับรองฝีมือภายในช่วงต้นของการทำงาน

เล่นได้ตั้งแต่นางเอกถึงตัวร้าย ไม่ยึดติดตำแหน่งบนจอ

แม้เคยเป็นนางเอกและได้รับรางวัลมาแล้ว เมตตายังรับบทหลากหลาย ทั้งนางรอง ตัวอิจฉา สาวแก่น หญิงสูงศักดิ์ และบทตลก ทำให้เธอมีโอกาสร่วมงานในภาพยนตร์จำนวนมาก

ผลงานที่เธอร่วมแสดงมีทั้ง ผู้ชนะสิบทิศ, ตำหนักแดง, พลับพลึงแดง, มรกตแดง, วิมานไฟ, จอมโจรมเหศวร และ สวรรค์เบี่ยง ก่อนขยับมารับบทในละครโทรทัศน์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2515

เมื่ออายุมากขึ้น บทบาทของเธอก็เปลี่ยนจากหญิงสาวไปสู่รุ่นแม่และรุ่นยาย โดยยังทำงานในฐานะนักแสดงอิสระ ร่วมงานได้หลายช่อง ผู้ชมจึงได้เห็นเธอผ่านตัวละครหลายช่วงวัยตลอดหลายทศวรรษ

มีผลงานต่างประเทศ ใช้ชื่อ “Chitra Ratana”

อีกด้านที่หลายคนอาจไม่คุ้น คือเมตตาเคยร่วมแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศด้วย โดยมีชื่อ Chitra Ratana ปรากฏในผลงานยุคทศวรรษ 1960

หนึ่งในนั้นคือ จอมมหากาฬทับทิมดำ หรือ Der Fluch des schwarzen Rubin ภาพยนตร์ร่วมสร้างที่ถ่ายทำในประเทศไทย และ Red Dragon หรือ Das Geheimnis der drei Dschunken ซึ่งถ่ายทำที่ฮ่องกง

นอกจากนี้ เธอยังร่วมแสดงใน Hot Potato ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในเชียงใหม่ โดยใช้ชื่อ Metta Rungrat ผลงานเหล่านี้เป็นอีกส่วนของเส้นทางอาชีพที่กว้างกว่าภาพนักแสดงละครไทยที่ผู้ชมรุ่นหลังคุ้นเคย

ชีวิตครอบครัวและช่วงพักงานเพื่อดูแลสามี

ด้านชีวิตส่วนตัว เมตตาสมรสกับ พลตรี อำนวย กิจสุวรรณ ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

เธอเคยเล่าในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2564 ว่า มีช่วงหนึ่งที่ห่างจากงานแสดงประมาณ 5 ปีเพื่อดูแลสามีที่ป่วย และย้ายไปอยู่จังหวัดนครนายก เมื่อหายจากหน้าจอไปนาน ผู้คนจำนวนหนึ่งจึงเข้าใจว่าเธอเลิกแสดงแล้ว

หลังสามีเสียชีวิต เมตตาเองเริ่มมีปัญหาสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถรับงานยาว ๆ ได้เหมือนเดิม แต่ยังสนใจงานที่เหมาะกับสภาพร่างกาย

สุขภาพทำให้รับงานน้อยลง แต่ยังคิดถึงการแสดง

ในปี 2557 เคยมีข่าวว่าเมตตาจะอำลาวงการเพราะปัญหาสายตา แต่เธอชี้แจงในเวลานั้นว่าเป็นต้อหินจริงและต้องพักรักษาตัว ยังไม่ได้ตัดสินใจเลิกทำงานแสดง

ต่อมาในการให้สัมภาษณ์ปี 2564 เธอเปิดเผยว่ามีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้งหอบหืด ภูมิแพ้ เก๊าท์ และข้อเข่าเสื่อม ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดินและติดตามรักษาต่อเนื่อง แต่ยังรับงานแสดงรับเชิญอยู่บ้าง พร้อมฝากความคิดถึงไปถึงผู้ชมที่ติดตามผลงาน

ประโยคที่เธอใช้บอกเล่าตัวเองในเวลานั้นคือ “ป่วยแต่กายใจไม่ป่วย”

ตลอดเส้นทางอาชีพ เมตตาได้รับการยกย่องด้วย รางวัลโทรทัศน์ทองคำ เกียรติยศคนทีวี ปี 2550 และมีรอยพิมพ์มืออยู่ที่ลานดารา หอภาพยนตร์ โดยเป็น ดาวดวงที่ 74 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552 เก็บบันทึกชื่อของเธอไว้เคียงข้างบุคลากรสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย

- อาลัย น้ำเงิน บุญหนัก นักแสดงอาวุโส เสียชีวิต สิริอายุ 86 ปี สิ้นตำนานกระสือยายสาย

- สิ้น วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตอย่างสงบ สิริอายุ 84 ปี

- สองนางเอกดัง โพสต์อาลัย คุณยายบรรเจิดศรี กราบลาครั้งสุดท้าย ดาราอาวุโสที่รักยิ่ง

ความคิดเห็น