ในประเทศ - ตร.ค้นภูเก็ต-กระบี-พังงา เชือดนอมินี กลุ่มธุรกิจโรงแรมรถเช่า ตามล่ายึดทรัพย์พันล้าน - แนวหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ตร.ค้นภูเก็ต-กระบี-พังงา
เชือดนอมินี
กลุ่มธุรกิจโรงแรมรถเช่า
ตามล่ายึดทรัพย์พันล้าน
ตำรวจสนธิกำลังทุกฝ่าย กวาดล้างเครือข่าย นอมินีต่างด้าว เฟส 3 “ภูเก็ต-พังงา-กระบี่” ออกหมายจับ 59 ราย พบพฤติกรรมสุดแสบ ใช้ชื่อคนไทยยากจน ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบังหน้า ตามยึดที่ดินทรัพย์สินกว่า1พันล้าน “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” ปักหมุดเกาะสวรรค์ พบนอมีนี600บริษัท บุกป่าตอง ตรวจสอบครอบคลุมโรงแรม ธุรกิจรถเช่า บริษัททัวร์ ร้านอาหารสีเทาเพียบ
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผบก.ภ.จว.กระบี่, พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พล.ต.ต.ชัยเกียรติ วิริยะสถิตย์กุล ผบก.ภ.จว.พังงา บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 500 นาย ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ สรุปผลการปฏิบัติในวันนี้ เป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ 1,053 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 59 หมายจับ เป็นคนไทย 28 คน ต่างชาติ 31 คน
ออกหมายจับ59ราย
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า การปฏิบัติการในวันนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างทลายนอมินีต่างชาติ โดยเฟสแรกและเฟสที่ 2 ได้ดำเนินการที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนเฟสที่ 3 นั้น ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ในวันนี้ได้ระดมกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนลงปฏิบัติการทั้งหมด 59 หมายจับ 60 หมายค้น ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ต มีทั้งหมด 29 บริษัท โดยเน้นนอมินีถือครองที่ดิน และบริษัทที่มีสัดส่วนคนต่างด้าวถือหุ้นมากกว่าคนไทยและถือครองที่ดินด้วย
อย่างไรก็ตามทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แฝงตัวหาข่าวในพื้นที่เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว เพื่อรวบรวมหลักฐานก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการในวันนี้มีการตรวจค้นพบว่า บางบริษัทบางคนผู้ถือหุ้นมีเพียงบัตรประกันสังคมและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่มีศักยภาพที่จะร่วมทุนได้
ตามยึดทรัพย์พันล้าน
โดยสรุปผลการปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา บริษัทที่มีลักษณะเป็นนอมินี จำนวน 29 บริษัท และบริษัทถือครองที่ดิน แต่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย จำนวน 48 บริษัท ดำเนินการตามหมายและกระบวนการทางกฎหมาย ออกหมายจับ จำนวน 59 หมาย ออกหมายค้น จำนวน 60 หมาย ที่ดิน จำนวน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตารางวา รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน 1,053,518,872 บาท
อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่จะขยายผลปราบปรามในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“สำราญ”ลุยป่าตอง
ด้านเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็นนำเสนอข่าวในเช้าวันเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นสถานประกอบการในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ตามหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อขยายผลตรวจสอบการประกอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ให้แก่ชาวต่างชาติ โดยเป้าหมายการตรวจสอบครอบคลุมโรงแรม ธุรกิจรถเช่า บริษัททัวร์ ร้านอาหาร และกิจการที่เกี่ยวข้อง
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายธนวัฒน์ พัศดารักษ์ และนายไตรรัตน์ เทพบริรักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ตลอดจนผู้แทนจากฝ่ายปกครอง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทำผิดกว่า600บริษัท
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบปรามขบวนการนอมินีและการถือครองทรัพย์สินโดยมิชอบ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับข้อมูลการตรวจสอบในจังหวัดภูเก็ต พบว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 30,000 บริษัท และมีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติกว่า 11,000 บริษัท จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีจำนวนกว่า 600 บริษัท โดยในระยะแรกได้คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย และดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงมีการออกหมายเรียกและหมายจับในหลายคดีเพื่อขยายผล
ตรวจสอบห้วยขวาง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งเจ้าหน้าที่ทีมปราบปรามธุรกิจนอมินีลงพื้นที่ตรวจสอบย่านห้วยขวางอีกครั้ง ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเขตห้วยขวาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อติดตามสถานการณ์ธุรกิจนอมินีและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงจำนวน 53 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงิน พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกในทุกมิติ เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ยังได้ส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบเพิ่มเติมตามอำนาจหน้าที่
สำหรับพื้นที่เขตห้วยขวาง กรมฯ ได้รับข้อมูลร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจากสำนักงานเขตห้วยขวางจำนวน 112 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก ขณะที่อีก 49 เขตในกรุงเทพมหานคร ได้ประสานขอข้อมูลจากสำนักงานเขตทุกแห่งแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบและขยายผลต่อไป
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า พื้นที่ห้วยขวางเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครที่มีนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งในด้านการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือ “นอมินี”
นอมินีทำลายธุรกิจไทย
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ยังพบความพยายามใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติในธุรกิจที่กฎหมายจำกัดสิทธิการประกอบกิจการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงมีการติดตามปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตควบคู่กันไป
คณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวนสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
นายพูนพงษ์ ยืนยันว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า คุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
ที่มา: แนวหน้า
💬 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรก!