ยุคทองของกระบี่ ต่างชาติปักหมุดเป็นเดสติเนชั่นหลัก “พิมาลัย” ลักชัวรีรีสอร์ต ปรับเกมชูเรื่อง Wellness & Sustainability - Positioningmag

- พิมาลัย ลักชัวรีรีสอร์ต 5 ดาวบนเกาะลันตา ทุ่ม 60 ล้าน ชูธง “เวลเนส-ซัสเทน” ปรับทัพรับกระแสพรีเมียมเดสติเนชัน
- ภาพรวมการท่องเที่ยวกระบี่ตั้งแต่ต้นปี 2569 ถือว่าเป็นยุคทอง มีปัจจัยหนุนหลายอย่าง เที่ยวบินตรง นักท่องเที่ยวเลือกเป็นที่เที่ยวหลัก
- ปีนี้ตั้งเป้ารายได้สู่ 600 ล้าน
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในยุคทองที่สร้างรายได้เติบโตทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการยกระดับสนามบินกระบี่ให้เป็นสนามบินนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ
ทำให้สายการบินระดับโลกอย่าง เอติฮัด แอร์เวย์ (Etihad Airways) ตัดสินใจเปิดเส้นทางบินตรง (Direct Flight) บุกกระบี่เป็นปีแรก ควบคู่ไปกับเที่ยวบินเช่าเหมาลำตามฤดูกาล (Seasonal Flight) จากประเทศโปแลนด์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมต่างปักหมุดให้กระบี่เป็นจุดหมายปลายทางหลัก (Primary Destination) ในการเดินทาง ไม่ใช่เพียงแค่เมืองทางเลือกอีกต่อไป
แม้ว่าในช่วง 2 เดือนให้หลัง ตลาดจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบของสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ดีมานด์ชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ภาพรวมความต้องการเชิงพื้นที่ของกระบี่ยังคงแข็งแกร่ง
เนื่องจากจำนวนห้องพักระดับลักชัวรียังมีจำกัด ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างคาดการณ์ว่า หากข้อตกลงหยุดยิงบรรลุผลสำเร็จในเร็ววัน สายการบินต่างๆ จะเริ่มสาดโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินไป-กลับเอเชีย และยุโรปในราคาเร้าใจ ซึ่งจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้ตัวเลขอัตราการเข้าพักฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
เกาะลันตา “กรีนโซน” เสน่ห์ความสงบที่หาไม่ได้จากเมืองปาร์ตี้
เสน่ห์ที่ทำให้กระบี่ โดยเฉพาะ “เกาะลันตา” แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น อย่างภูเก็ต หรือสมุย คือการรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และไม่ใช่เมืองแห่งแสงสีหรือการปาร์ตี้
ด้วยข้อกำหนดทางกฎหมายที่ประกาศให้พื้นที่เกาะลันตาเป็น “พื้นที่สีเขียว” (Green Zone) ควบคุมการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยอนุญาตให้สร้างได้เฉพาะอาคารเดี่ยวหรือที่พักอาศัยที่ไม่ทำลายทัศนียภาพ
ข้อจำกัดในการขยายห้องพักนี้ ในมุมหนึ่งกลับกลายเป็นผลดีต่อระบบนิเวศและการท่องเที่ยวระดับบน เพราะสภาพความเป็นเกาะที่เงียบสงบยังคงถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ปัจจุบันเกาะลันตามีที่พักรวมกันราว 10,000 ห้อง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบูทีค และบังกาโล โดยมีรีสอร์ตระดับ 5 ดาวเพียง 2 แห่งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) และรายาวดี (Rayavadee) ขณะที่ในอนาคตอันใกล้กำลังจะมีแบรนด์ใหญ่อย่าง ฮิลตัน (Hilton) และการปรับโฉมของเซ็นทาราเข้าสู่เซ็กเมนต์รีเซิร์ฟ (Reserve) ตอกย้ำการเป็นทำเลทองของตลาดลักชัวรี
ทุ่ม 50 ล้าน ปฏิวัติสปารอบ 25 ปี สู่เวลเนสเดสติเนชัน
เกด - ชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 และเจ้าของร่วม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดเผยว่า
จากความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่เจาะจงมาพักผ่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย รีสอร์ตจึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนห้องพักจากที่มีอยู่ 121 ยูนิต บนพื้นที่ 250 ไร่ (และยังเหลือพื้นที่ติดหาดอีก 50 ไร่ที่ชะลอการพัฒนาเพื่อรอกฎหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า) แต่จะมุ่งพัฒนาคุณภาพและประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อตอบรับเทรนด์ Wellness & Sustainability ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ
“ในวาระครบรอบ 25 ปีนี้ พิมาลัยได้ตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ในรอบสองทศวรรษ ด้วยงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโซนสปา และยกระดับสู่ธีมเวลเนสอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยมีการขยายห้องสปาเพิ่มขึ้น สร้างบ่อจากุสซี่กลางแจ้งขนาดใหญ่ และเพิ่มบ่อแช่น้ำแข็ง (Ice Bath) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งโซลูชันนี้จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าคู่รัก และกลุ่มครอบครัวแบบมัลติเจน (Multi-generation) ที่ต้องการความไพรเวทขั้นสุด”
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 รีสอร์ตเตรียมทุ่มงบประมาณอีก 10 ล้านบาท เพื่อเปิดตัว Resort Center พื้นที่ส่วนกลางขนาด 100 ตารางเมตร บริเวณหน้าหาด เพื่อรองรับลูกค้าที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาเช็กอิน หรือกลุ่มที่เช็กเอาท์แล้วแต่ต้องการพื้นที่พักผ่อน อาบน้ำ แต่งตัว เก็บกระเป๋าเดินทาง โดยภายในจะมีมุมนั่งเล่น และบริการเครื่องดื่มต้อนรับ เพื่อสร้างความประทับใจสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ
ยุโรปยังเป็นกระดูกสันหลัง เมิน OTA เน้นจองตรง
เมื่อเจาะลึกโครงสร้างลูกค้าของพิมาลัย พบว่าโครงสร้างการจองห้องพักมีความแข็งแกร่งและพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) น้อยมาก โดยแบ่งเป็น จองผ่าน Travel Agent 50% จองตรงกับทางรีสอร์ต 40% (อานิสงส์จากฐานสมาชิกกว่า 100,000 คน ที่ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ) และจองผ่าน OTA 10%
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวหลักในปัจจุบัน 40% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ และเยอรมนี รองลงมาคือ ฝรั่งเศส อเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ขณะที่ตลาดจีน และอินเดียเริ่มเห็นการจองล่วงหน้าเข้ามาในไตรมาสที่ 3 ประมาณ 40%
ส่วนตลาดจีนภาพรวมยังไม่กลับมาเต็มที่เนื่องจากมีการยกเลิกบางเที่ยวบิน ทั้งนี้นักท่องเที่ยวอังกฤษมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5 วัน ส่วนเยอรมนีพำนักยาวถึง 7-10 วัน โดยมีผลสำรวจว่านักท่องเที่ยวอังกฤษส่วนใหญ่จะมีงบในการท่องเที่ยวสูงถึง 1,400 ปอนด์ต่อคน
แม้ในช่วง Low Season อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของเกาะลันตาจะลดลงไปอยู่ที่ 30% แต่พิมาลัยยังคงรักษาระดับการเข้าพักไว้ได้สูงถึง 50% และในช่วงหน้าฝนนี้ ทางรีสอร์ตเตรียมแผนรุกตลาดเอเชีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพื่อเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ
จากกลยุทธ์การยกระดับบริการ การเปิดตัวพื้นที่วัฒนธรรม Pimalai Heritage และการรุกตลาดเวลเนสเต็มสูบ พิมาลัยตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้ไว้ที่ 600 ล้านบาท (รวมรายได้จากห้องพัก อาหาร สปา และกิจกรรม) ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 5% โดยประเมินว่าหากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านคลี่คลายลง รีสอร์ตจะสามารถทำยอดอัตราการเข้าพักเฉลี่ยตลอดทั้งปีได้สูงถึง 75% ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน
ที่มา: Positioningmag
💬 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรก!