คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเกาะช้าง · เปลี่ยน

สถานีคิดเลขที่ 12 | ‘ภัยคุกคามจากภายใน’ โดย ปราปต์ บุนปาน

ที่มา: มติชน

ภัยคุกคามจากภายใน – หนังสือน่าอ่านอีกเล่มของสำนักพิมพ์มติชนที่เพิ่งเปิดตัวไปในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ผ่านมา ก็คือ “Scam เปิดเบื้องหลังอาณาจักรหลอกลวง” (Scam: Inside Southeast Asia’s Cybercrime Compounds) เขียนโดย Ivan Franceschini, Ling Li และ Mark Bo แปลโดย ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์

หนังสือเล่มนี้ฉายภาพที่มา-จุดกำเนิดและรายละเอียดการทำงานของขบวนการสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้อย่างเป็นระบบและละเอียดลออ

หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจชวนขบคิดของคณะผู้เขียนมีอยู่ว่า แท้จริงแล้ว ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติไม่ได้เป็นแค่ “ภัยคุกคามจากภายนอก” ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ แต่มันดำรงอยู่อย่างมั่นคงเพราะได้รับการอุ้มชูสนับสนุนจากชนชั้นนำ-เจ้าหน้าที่รัฐ-ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากอาชญากรรมดังกล่าวด้วย

ดังเนื้อหาที่ระบุว่า

“ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มอาชญากรที่ดำเนินการปฏิบัติการสแกมเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการฉ้อโกงทางไซเบอร์ทั้งหมด

“การที่คอมพาวนด์สแกมสามารถดำรงอยู่และเติบโตได้นั้นเป็นเพราะมีร่มคุ้มกันจากชนชั้นนำในท้องถิ่นและภาครัฐ นอกจากนี้พวกเขายังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากชุมชนโดยรอบเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของพวกเขาจะเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

“ข้อเท็จจริงนี้ช่วยโต้แย้งความคิดที่ว่า เศรษฐกิจสแกมเป็นเพียงปรสิตจากภายนอก ซึ่งเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อคนท้องถิ่นที่อ่อนแอ ความเชื่อผิดๆ นี้เป็นต้นตอของข้อสันนิษฐานมากมายที่มองว่า คอมพาวนด์เหล่านี้เป็นของคนต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งดำเนินการแบบเดี่ยวๆ

“ที่สำคัญ ความเข้าใจผิดนี้ยังช่วยอำพรางความจริงให้เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งพยายามจะวาดภาพให้ปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ดูเป็นเรื่องจากภายนอกและอยู่นอกเหนือการรับรู้ของตน

“คอมพาวนด์เหล่านี้จึงควรถูกตีความว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีที่ชนชั้นนำท้องถิ่นผู้มีอำนาจและปรับตัวได้เก่งสามารถร่วมมือกับทุนเทาต่างชาติเพื่อกอบโกยกำไร

“โดยในกรณีนี้คือการเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์จากหยาดเหงื่อแรงงานของคนงานหลายแสนคน ไม่ต่างจากทาสสมัยใหม่เพื่อไปหลอกลวงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั่วโลกอีกที”

ดูเหมือนข้อเสนอข้างต้นของหนังสือ “Scam เปิดเบื้องหลังอาณาจักรหลอกลวง” จะฟังดูมีน้ำหนักมีเหตุมีผลที่หนักแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่เพียงแค่ในกรณีที่เกิดกับประเทศเพื่อนบ้านรายรอบเราเท่านั้น เพราะแม้แต่กรณีประเทศไทยเราเอง ก็ยากจะปฏิเสธข้อเท็จจริงหรือสมมุติฐานดังกล่าวเช่นกัน

และพวกเราอาจต้องมาจับตามองกันว่า สุดท้ายแล้ว จะมีชนชั้นนำ-ผู้มีอำนาจรัฐของไทยรายใด ที่ถูกเซ่นสังเวยในเรื่องนี้ ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรสแกมข้ามชาติ

ความคิดเห็น