เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.ย.ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นางนวนันทน์ เนติธนากูล รองเลขาธิการวุฒิสภา กล่าวถึงการจัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจรระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.ว่า เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และการดำเนินงานของวุฒิสภา ในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวไทย ตลอดจนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับสื่อมวลชน
ด้าน นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ สว. ในฐานะตัวแทนของประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การทำงานของวุฒิสภา ในฐานะที่วุฒิสภาเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในหลายด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ และผลการดำเนินงานของวุฒิสภาอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งสื่อมวลชนถือเป็นพลังสำคัญยิ่งในระบบประชาธิปไตย เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ของประชาชน มีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางระหว่างวุฒิสภากับประชาชน การที่สว.และสื่อมวลชนได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างใกล้ชิดถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะช่วยให้การทำงานของทั้งสองฝ่ายมีความสอดคล้องและเข้าใจกัน ซึ่งการมุ่งเป้าไปที่ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจในข้อมูลและมุมมองของแต่ละฝ่าย ตลอดจนเป็นช่องทางในการสื่อสารภารกิจและผลงานของวุฒิสภาไปสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วันเดียวกันนี้ ตัวแทนแขวงทางหลวงตราด กล่าวถึงความคืบหน้าในการก่อสร้าง ทางหลวงรอบเกาะช้าง ว่า ตนขอขอบคุณวุฒิสภาที่ช่วยผลักดัน ความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างทางหลวงรอบเกาะช้าง ทำให้เด็กๆ เกาะช้างได้มีความสะดวกมากขึ้น ช่วงบางเบ้า – บ้านสลักเพชร ระยะทางโดยประมาณ 11.23 กิโลเมตร (กม.) ขณะนี้ถนนรอบเกาะยังเป็นเกือกม้า ยังไม่เป็นวงรอบ เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วจะทำให้เส้นถนนบนรอบเกาะวิ่งรอบกันได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว เป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยย่นระยะทางการเดินทางได้เยอะ
ตัวแทนแขวงทางหลวงตราด กล่าวต่อว่า นี่จึงเป็นความต้องการของพื้นที่ โดยลักษณะจะเป็นโครงการถนนคอนกรีตขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 7 เมตร คลองจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ทางข้างละ 0.5 เมตร มีสะพาน14 จุด และเป็นทางลอดสัตว์ เป็นทางที่สัตว์ข้ามถนน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจุดชมวิวบริเวณที่ กม. ที่ 6+125 มูลค่าโครงการก่อสร้างซึ่งช่วงที่ประเมินราคา ยังไม่เกิดปัญหาของตะวันออกกลาง อยู่ที่ 661 ล้านบาท
ตัวแทนแขวงทางหลวงตราด กล่าวอีกว่า สถานะปัจจุบันของโครงการปี 2569 ผ่านการทำ EIA แล้วอยู่ในขั้นตอนการ ขออนุญาตใช้พื้นที่ร่วม โดยกระทรวงคมนาคม ได้ทำหนังสือขอความเห็นชอบไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอยกเว้น จะได้นำเรื่องเข้ามติ ครม. เพื่อขอกรณีงบประมาณต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2571 จะเริ่มตั้งงบประมาณและเริ่มก่อสร้าง โดยใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เสร็จในปี 2573
นายพิศูจน์ กล่าวสรุปถึงการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ว่า โครงการอ่างเก็บน้ำจะเป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ในด้านเกษตรกรรมและในด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก หากโครงการนี้เสร็จจะเป็นประโยชน์ต่อเกาะช้าง และการท่องเที่ยวด้านเกษตรกรรมและจังหวัดตราด รวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ ที่เกาะช้างในช่วงไฮซีซั่นบางโรงแรมเหมือนต่างประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นการกระจายรายได้ให้สู่ชุมชนและท้องถิ่น
“ผมขอยืนยันว่าพวกเราสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ ไม่ได้อยู่เฉย ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอดเวลา ทุกคนขยัน ผมเห็นแล้ว ไม่ใช่มาเยินยอกันเอง แต่สามารถมาดูได้”นายพิศูจน์ กล่าว
ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึง ภาพรวมโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร ภายหลังลงพื้นที่เกาะช้าง จังหวัดตราด ว่า ได้เดินทางที่อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ซึ่งรับทราบปัญหา คือความล่าช้าในการก่อสร้าง ส่วนหนึ่งมาจากการขออนุญาตผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ยังไม่อนุมัติพื้นที่ให้ จึงทำให้การก่อสร้างค่อนข้างล่าช้า ส่วนอีกเรื่องคือถนนรอบเกาะช้าง ซึ่งเป็นโครงการที่ดี เพราะเกาะช้างมีนักท่องเที่ยวต่อปีจำนวนมาก การคมนาคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงอยากฝากไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาและดูโครงการนี้ เพื่อให้เร่งดำเนินการ
ถามว่า ในฐานะวุฒิสภา จะผลักดันเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไรต่อ เนื่องจากชาวบ้านได้สะท้อนว่ารอคอยมานาน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว นายพิศูจน์ ได้ผลักดันมาหลายประเด็นแล้ว ซึ่งคาดว่าทางกรรมาธิการจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวนี้ เข้ามาสอบถามว่าติดขัดเรื่องใด จึงทำให้เกิดความล่าช้า
เมื่อถามว่ามีพื้นที่อื่นที่สมาชิกวุฒิสภาจะลงพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอีกหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ มีหลายกรรมาธิการที่ลงพื้นที่ เช่น กรรมาธิการพลังงาน ก็ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมถึงกรรมาธิการคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งคิดว่ามีปัญหามากมายที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าวุฒิสภาชุดนี้ ค่อนข้างเข้าถึงประชาชนง่ายที่สุดแล้ว.