“ผู้เขียน” รับรู้มานานแล้วว่า “ปลัดเก่ง-พี่วันดี” หรือ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กับ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ สองสามีภรรยาผู้ใจบุญ ได้ไปสร้างโบสถไว้หลังหนึ่งที่เกาะช้าง โดยผ่านการบอกเล่าของ “ปลัดเก่ง” และทั้งยังชวนผู้เขียนให้ไปดูหลายครั้งหลายวาระ และมักเล่าอยู่เสมอว่าเป็นวัดเก่าที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จไปและมีรอยพระบาทของพระองค์ประทับอยู่ด้วย แม้กระทั้งเมื่อปลายปีที่แล้วไปร่วมงาน “ทอดกฐิน” ที่ วัดตาปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก “ปลัดเก่ง” ก็พาไปดูโรงปั้นพระพุทธรูปปางพุทธชินราช ก็ย้ำว่าจะหล่อพระพุทธรูปพระพักตร์แบบพระพุทธชินราช แต่เป็น “พระพุทธปางนาคปรก” จะไปประดิษฐาน ณ วัดแห่งนั้น ล่าสุดเจอกันก็ชวนไปร่วมงานอีก แจ้งว่าให้ล๊อควันที่ 8-10 ตุลาคม 2569 ไว้ จะชวนไปหล่อพระพุทธรูปวัดดังกล่าวที่เกาะช้าง จังหวัดตราด
เมื่อเร็ว ๆ นี้ “พระธรรมวชิรสุนทร” ชวนไปลงพื้นที่หมู่บ้านรักษาศีล 5 เกาะช้าง ผู้เขียนพร้อมพระธรรมวชิรสุนทร จึงถือโอกาสแวะไปเยี่ยมวัดดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกตามชาวบ้านว่า “วัดสลักคอก” หรือนามใหม่ที่รัชกาลที่ 5 ตั้งให้ว่า “วัดวัชคามคชทวีป”
“ผู้เขียน” สอบถามข้อมูลจาก “พระครูมุนินท์จริยานุรักษ์” รองเจ้าคณะจังหวัดตราด เจ้าอาวาสวัดแหลมมะขาม อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสลักคอก และเป็นศิษย์ “รุ่นพี่-รุ่นน้อง” โรงเรียนบ้านเดี่ยวกันปลัดเก่ง เล่าว่า อุโบสถหลังเก่าของ “วัดวัชคามคชทวีป” เวลาฝนตกหนักจะประสบกับปัญหาน้ำท่วม เมื่อ 3 ปีที่แล้วได้ไปร่วมงานเปิดอาคารสนอง ผ่องพรรณ์ จุลเจริญ ที่ โรงพยาบาลแหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ที่ปลัดเก่งท่านสร้างอุทิศให้มารดาของท่าน จึงแจ้งท่านไปว่าอุโบสถที่วัดที่อาตมารักษาการอยู่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม และอุโบสถหลังนี้เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ดังมีพระราชหัตถเลขาได้บันทึกไว้ว่า
“เมื่อปี 2447 เช้ามืดออกเรือมาทอดที่เกาะช้าง กลางวันขึ้นอาบน้ำพักอยู่บนที่น้ำตก จนเวลาเย็นกลับมาลงเรือนอนที่เกาะช้างคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นเวลาเช้าลงเรือกระเชียงเรือไฟลากไปที่สลักคอกขึ้นไปตามบ้าน พักที่วัดในตำบลนั้น เจ้านายข้าราชการข้างหน้าข้างในเรี่ยรายเงินถวายพระ ราษฎรพากันขอให้เหยียบที่สร้างพระอุโบสถด้วยวัดนั้นยังหามีพระอุโบสถไม้ จึงได้รับจะสร้างพระอุโบสถให้ ตั้งชื่อวัดว่า วัดวัชคามคชทวีป..”
“ผู้เขียน” พยายามหาดูรอยพระบาทดังกล่าว ถามจาก “พระครูมุนินท์จริยานุรักษ์” เล่าว่าชาวบ้านเอาก่อก้อนอิฐทับเอาไว้ และตอนนี้อุโบสถสร้างครอบเอาไว้แล้ว แต่ก็พอมีช่องให้ดูได้ แต่ไม่เห็นรอยพระบาทดังกล่าวแล้ว และต่อมาอุโบสถในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็ไม่ได้มาสร้าง เนื่องจากพระองค์ทรงประพาสไปที่อื่นต่อ
“ปลัดเก่ง” เคยเล่าว่าถือว่า “พี่และพี่วันดี เป็นคนมีบุญ เพราะ ได้สนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มาสร้างอุโบสถ์หลังใหม่..”
“วัดสลักคอก” หรือ “วัดวัชคามคชทวีป” เป็นวัดเล็ก ๆ บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ ด้านหลังเป็นภูเขา ไม่ไกลจากวัดเป็นทะเล มีบ้านเรือนอาศัยอยู่หลายหลังแบบชุมชนชาวสวน มีพระภิกษุจำพรรษา 5 -6 รูป สำหรับอุโบสถออกแบบโดยกรมโยธาและผังเมือง เป็นแบบ “มหาอุด” ด้านหลังไม่มีประตู ด้านหน้ามี 2 ประตู กะทัดรัดสวยงามสมกับเป็นวัดใน “ปัจจันตชนบท” สำหรับประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นี้มีกำหนดการเททองหล่อพระประธานในอุโบสถ พร้อมกันนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก “กรมสมเด็จพระเทพฯ” พระราชทานราชานุญาตเชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” หน้าบันอุโบสถทั้ง 2 ด้าน รวมทั้งได้รับพระทานพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับผ้าทิพย์ของพระพุทธรูปปางนาคปรกด้วย..
จำนวนผู้ชม : 248
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category