ครม. เคาะเวนคืนที่ดิน 4 จังหวัด สร้างรถไฟความเร็วสูง โคราช–หนองคาย รวมกว่า 1,300 ไร่
ครม. เคาะเวนคืนที่ดิน สร้างรถไฟความเร็วสูง โคราช–หนองคาย เฟส 2 ครอบคลุม 4 จังหวัดอีสาน รวมกว่า 1,300 ไร่ เตรียมงบชดเชย 1.2 หมื่นล้านบาท
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนของ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานครถึงหนองคาย ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมาถึงหนองคาย ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน
ครม.ให้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อได้ และให้กระทรวงคมนาคม รับความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปพิจารณาดำเนินการต่อ
ครม.ยังให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งที่ต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ถือปฏิบัติตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างเคร่งครัด
ที่มาของโครงการและวงเงินลงทุน
โครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายใหม่ (One Belt One Road : OBOR) และเชื่อมระบบขนส่งทางรางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมายังประเทศไทย ครม.เคยมีมติเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 อนุมัติหลักการโครงการ โดยให้ คค. (รฟท.) ดำเนินการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชดเชยทรัพย์สิน และก่อสร้างงานโยธา ภายในกรอบวงเงินดังนี้
- ค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน คือที่ดินประมาณ 1,345 ไร่ จำนวน 1,991 แปลง และสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,428 รายการ รวมค่าทดแทนในการเวนคืนประมาณ 12,418.61 ล้านบาท
- ค่างานก่อสร้างโยธา 237,454.86 ล้านบาท
- ค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา 6,530.01 ล้านบาท
รวมวงเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 256,403.48 ล้านบาท
แนวเส้นทางและเหตุผลที่ต้องเวนคืน
การก่อสร้างมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่ DK.251+881.22 ถึง DK.608+997.30 รวมระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ให้ผู้ใช้ทางสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ในดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รฟท. จำเป็นต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผน และนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน จึงต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่ต่อไปนี้
พื้นที่ที่เตรียมเวนคืน
จังหวัดนครราชสีมา
- อำเภอเมืองนครราชสีมา: ตำบลหนองไผ่ล้อม ตำบลหัวทะเล ตำบลจอหอ ตำบลหนองไข่น้ำ
- อำเภอโนนสูง: ตำบลด่านคล้า ตำบลโนนสูง ตำบลมะค่า ตำบลพลสงคราม
- อำเภอคง: ตำบลดอนใหญ่ ตำบลเมืองคง
- อำเภอบัวใหญ่: ตำบลโนนทองหลาง ตำบลบัวใหญ่
- อำเภอบัวลาย: ตำบลบัวลาย ตำบลโนนจาน
จังหวัดขอนแก่น
- อำเภอพล: ตำบลหนองมะเขือ ตำบลโนนข่า ตำบลเก่างิ้ว ตำบลหนองแวงนางเบ้า
- อำเภอโนนศิลา: ตำบลโนนศิลา ตำบลโนนแดง
- อำเภอบ้านไผ่: ตำบลในเมือง ตำบลบ้านไผ่
- อำเภอบ้านแฮด: ตำบลบ้านแฮด ตำบลโนนสนสมบูรณ์
- อำเภอเมืองขอนแก่น: ตำบลท่าพระ ตำบลเมืองเก่า ตำบลในเมือง ตำบลศิลา ตำบลสำราญ ตำบลโนนท่อน
- อำเภอน้ำพอง: ตำบลม่วงหวาน ตำบลหนองกุง ตำบลวังชัย ตำบลน้ำพอง
- อำเภอเขาสวนกวาง: ตำบลคำม่วง ตำบลเขาสวนกวาง
จังหวัดอุดรธานี
- อำเภอโนนสะอาด: ตำบลทมนางงาม ตำบลโคกกลาง ตำบลโนนสะอาด
- อำเภอกุมภวาปี: ตำบลหนองหว้า ตำบลปะโค ตำบลห้วยเกิ้ง ตำบลตูมใต้ ตำบลพันดอน ตำบลผาสุก
- อำเภอประจักษ์ศิลปาคม: ตำบลห้วยสามพาด
- อำเภอเมืองอุดรธานี: ตำบลหนองไผ่ ตำบลหนองขอนกว้าง ตำบลโนนสูง ตำบลหมากแข้ง ตำบลหนองบัว ตำบลนากว้าง ตำบลกุดสระ ตำบลบ้านขาว ตำบลนาข่า
- อำเภอเพ็ญ: ตำบลนาพู่
จังหวัดหนองคาย
- อำเภอสระใคร: ตำบลคอกช้าง ตำบลสระใคร
- อำเภอเมืองหนองคาย: ตำบลค่ายบกหวาน ตำบลหนองกอมเกาะ ตำบลมีชัย
ผลการประเมินและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ส่วน รฟท. จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 แล้ว ผลโดยรวมพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ
สำนักงบประมาณ (สงป.) แจ้งว่า ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ให้ รฟท. จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี และ สงป. จะจัดสรรตามความจำเป็นและเหมาะสมเมื่อร่างพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ
คค. ดำเนินการตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยจัดทำข้อมูลโครงการ ได้แก่ ชื่อโครงการ รายละเอียดโครงการ แผนบริหารโครงการ ประมาณการรายจ่าย แหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาดำเนินการ และประโยชน์ที่จะได้รับ ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ข้อ 4.6
คค. ยังดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เรื่องแนวทางปฏิบัติกรณีตราร่างกฎหมายหรือร่างอนุบัญญัติที่ต้องจัดให้มีแผนที่ท้าย โดยกรมการปกครองตรวจสอบแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกาแล้ว พบว่าสอดคล้องกับคำบรรยายในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการกำหนดเขตตำบลในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และแนวเขตที่ดินในแผนที่ครอบคลุมพื้นที่ตามที่ระบุข้างต้น
ระยะเวลาใช้บังคับ
ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีผลใช้บังคับ 5 ปี และให้เริ่มเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในแนวเขตที่จะเวนคืนภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ
- เพจดังเปิดข้อมูล “อิตาเลียนไทย” ควบงานตึก สตง.-รถไฟความเร็วสูง รับผิดชอบงานก่อสร้าง ไฮสปีดเทรน สีคิ้ว
- “พิพัฒน์” เบรกแก้สัญญา รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สร้างไปจ่ายไป รัฐเสียเปรียบ เสี่ยงถูกฟ้อง
- สุริยะ ลั่น รถไฟความเร็วสูง เฟส 2 ไทยทำเองทั้งหมด ไม่พึ่งรับเหมาจีน