เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 ณ ศาลาอเนกประสงค์สุเมโธ 79 ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ อุบลพิทักษ์ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 7 วิทยาเขต และ 3 วิทยาลัย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระพรหมวชิรดิลก ครบ 21 วัน
พิธีดังกล่าวมีพระราชญาณวชิรเมธี ผศ.ดร. เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต และศาสตราจารย์ประยงค์ แสนบุราณ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพระสงฆ์จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย นักศึกษา ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน
ภายในงานยังมีคณะนางรำจิตอาสาในจังหวัดขอนแก่นรวมตัวกันรำถวาย เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระพรหมวชิรดิลก นอกจากนี้ ยังมีผู้มีจิตศรัทธาถวายรถบัสให้แก่วัดป่าแสงอรุณ จำนวน 1 คัน เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของวัดและพระพุทธศาสนา
พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรดิลก หรือสมาน สุเมโธ อุบลพิทักษ์ ป.ธ.9 ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง จังหวัดขอนแก่น มรณภาพอย่างสงบเมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ภายในกุฏิปลอดเชื้อ วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน ตลอดจนประชาชนผู้เคารพเลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก
พระพรหมวชิรดิลกเกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2488 ณ บ้านเลขที่ 105 หมู่ 9 บ้านเลิงเปือย หรือบ้านแอวมอง ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น มีนามเดิมว่า “สมาน อุบลพิทักษ์” เป็นบุตรของโยมบิดาไหล อุบลพิทักษ์ และโยมมารดาอ่อน อุบลพิทักษ์
ด้านการศึกษา ท่านสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2500 สอบได้นักธรรมชั้นเอกใน พ.ศ. 2504 สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยคใน พ.ศ. 2507 และสอบได้ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมูล พร้อมเปรียญธรรม 6 ประโยคใน พ.ศ. 2510 ก่อนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคใน พ.ศ. 2517
ต่อมาใน พ.ศ. 2550 ท่านได้รับถวายปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตลอดชีวิตในสมณเพศ พระพรหมวชิรดิลกทุ่มเทให้กับการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยใน พ.ศ. 2514 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม–บาลี วัดป่าแสงอรุณ พ.ศ. 2515 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี วัดนรนาถสุนทริการาม และใน พ.ศ. 2516 เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวงและกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง
ระหว่าง พ.ศ. 2518–2521 ท่านเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ศูนย์ศึกษาบาลีอีสาน และใน พ.ศ. 2526 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักศาสนศึกษาวัดป่าแสงอรุณ
ด้านอุดมศึกษาสงฆ์ ท่านดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ระหว่าง พ.ศ. 2538–2541 และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ระหว่าง พ.ศ. 2541–2549 จากนั้นใน พ.ศ. 2549 ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน
พระพรหมวชิรดิลกได้รับเกียรติคุณจากการปฏิบัติศาสนกิจหลายประการ โดยใน พ.ศ. 2528 ได้รับประทานเกียรติบัตรและพัดเชิดชูเกียรติสำนักศาสนศึกษาตัวอย่าง จากสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ณ วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร
ใน พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานประกาศเกียรติคุณและเสาเสมาธรรมจักร ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ประเภทส่งเสริมการศึกษาในพระพุทธศาสนา สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม
นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2535, 2536, 2537, 2538, 2543 และ 2544 ท่านได้รับเกียรติบัตรหรือประกาศเกียรติคุณเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจด้านการปกครอง การสาธารณสงเคราะห์ การสาธารณูปการ การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ใน พ.ศ. 2549 ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 5 ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และใน พ.ศ. 2555 ได้รับรางวัลตาราอวอร์ด ในโครงการปลุกหัวใจผู้หญิง หัวใจแม่ หัวใจโพธิสัตว์ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถานและสาวิกาสิกขาลัย
สำหรับลำดับสมณศักดิ์ ภายหลังสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคใน พ.ศ. 2517 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระศรีปริยัติเวที” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2524
วันที่ 12 สิงหาคม 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชวรานุวัตร” มีราชทินนามว่า “พระราชวรานุวัตร ปริยัติวโรปกร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”
วันที่ 5 ธันวาคม 2541 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระเทพวรคุณ” มีราชทินนามว่า “พระเทพวรคุณ อดุลธรรมโสภิต ตรีปิฎกบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”
วันที่ 5 ธันวาคม 2550 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ “พระธรรมดิลก” มีราชทินนามว่า “พระธรรมดิลก ศากยปุตติยนายก สาธกธรรมวิจิตร ตรีปิฎกบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”
กระทั่งวันที่ 27 มิถุนายน 2566 มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า “พระพรหมวชิรดิลก ศากยปุตติยนายก สาธกธรรมวิจิตร พิพิธศาสนกิจจการี ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” สถิต ณ วัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น และมีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป ก่อนละสังขารอย่างสงบ ณ วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน