ขอนแก่นลุย 3 บริษัทต้องสงสัยนอมินี! พบสำนักงานเป็นบ้านเช่า–ห้างทอง–สวนน้ำ เร่งสอบหุ้น
ขอนแก่น ลุย 3 บริษัทต้องสงสัยนอมินี พบเป็นบ้านเช่า-ห้างทอง-สวนน้ำ เร่งตรวจเอกสาร ผู้ถือหุ้น เงินลงทุน และเรียกบุคคลเกี่ยวข้องให้ถ้อยคำเพิ่มเติม
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 ต.ค.69 น.ส.นงค์นุช อุดมคำ พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางอัจฉรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น สนธิกำลังร่งม เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตำรวจท่องเที่ยง, ฝ่ายปกครอง และสำนักงานที่ดิน ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมาย 3 แห่งใน อ.เมืองขอนแก่น หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกรรมอำพราง หรือ นอมินี โดยตรวจสอบสถานที่ตั้ง โครงสร้างผู้ถือหุ้น เอกสารบริษัท และลักษณะการประกอบกิจการ เทียบกับข้อมูลที่จดทะเบียนไว้ โดยปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีมติให้ตรวจสอบนิติบุคคลเบื้องต้น 3 ราย ว่าการถือหุ้น สถานที่ตั้งสำนักงาน และกิจการที่ดำเนินอยู่จริงสอดคล้องกับข้อมูลทางทะเบียนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป้าหมายแรก เป็นบ้าน 2 ชั้น ถนนกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งจดทะเบียนเป็นสำนักงานแห่งใหญ่ของ บริษัท ดี.ดับเบิ้ลยู. แซฟวิ่นท์ จำกัด หรือ D.W. SAVANT Co., Ltd. ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น 3 คน เป็นคนไทย 2 คน และชาวออสเตรเลีย 1 คน โดยมีชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนคนไทยถือหุ้นร้อยละ 50 และร้อยละ 1
เป้าหมายที่ 2 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจห้างทองทองดี หมู่ 11 ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ตั้งจดทะเบียนของ บริษัท ดิ เอ็กซ์เพรส เซอร์วิส จำกัด ทุน 2 ล้านบาท เจ้าของร้านเป็นชาวจีนจากฮ่องกง โดยนายโฮแมน แทง เป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้น ถือหุ้นจำนวน 4,900 หุ้น โดยประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นพิเศษคือชื่อ ชัยสิริ นามแท่ง ซึ่งเคยปรากฏเป็นผู้ถือหุ้น แต่ปัจจุบันไม่ได้ถือหุ้นแล้ว โดยชัยสิริเคยลงบันทึกประจำวันกับตำรวจว่า ไม่รับทราบการเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทและไม่รู้จักเจ้าของร้านทอง และจากการตรวจสอบยังไม่มีใบโอนหุ้นและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
ขณะที่เอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัทยังไม่ได้ส่งงบการเงินปี 2568 เจ้าหน้าที่จึงเตรียมเรียกเจ้าของร้าน ภรรยา และผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบที่มาของหุ้นและหลักฐานการโอนหุ้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจโซนเล่นหิมะจำลองภายในสวนน้ำไดโน่วอเตอร์พาร์ค ซึ่งให้บริษัท ล้านเหมยอินเตอร์กรุ๊ปทัวร์ จำกัด ใช้ที่อยู่ หมู่ 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เช่าเป็นที่ตั้งบริษัท ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยได้พบกับนายวิรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้จัดการประตูน้ำขอนแก่นและสวนน้ำฯ ให้ข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าวเช่าเฉพาะพื้นที่ทำห้องหิมะจำลอง ผู้มาติดต่อเช่าคือนายโอวหยาง ทำสัญญาแบบปีต่อปี ค่าเช่าเดือนละ 150,000 บาท หรือปีละ 1.8 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อปี 2568 และหมดสัญญาเข้าสู่ปีที่ 2 โดยปี 2569 ทำสัญญาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม วางเงินมัดจำ 300,000 บาท และชำระค่าเช่าทั้งปี 1.8 ล้านบาท ต่อมาพบว่าผู้เช่าค้างค่าน้ำและค่าไฟ และไม่พบนายโอวหยางมาประมาณ 7-8 เดือน ก่อนมีการทยอยขนอุปกรณ์เกี่ยวกับห้องหิมะและเครื่องทำน้ำแข็งออกจากพื้นที่ กระทั่งประมาณเดือนกันยายน 2569 อุปกรณ์ถูกนำออกไปทั้งหมด
น.ส.นงค์นุช อุดมคำ พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าทั้ง 3 กรณีมีการกระทำความผิดหรือไม่ ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม โดยทั้ง 3 บริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลักษณะชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 49 และคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 จึงต้องตรวจสอบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยมีการลงทุนจริงและมีบทบาทในกิจการมากน้อยเพียงใด โดยข้อมูลจากแต่ละหน่วยงานจะถูกส่งให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่นจะตรวจสอบตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากพบการกระทำผิดจะมีการแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย
"กระทรวงพาณิชย์ส่งรายชื่อนิติบุคคลให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบอย่างต่อเนื่องรวม 58 ราย โดยวันนี้ลงพื้นที่ 3 ราย และมีอีก 22 รายที่ตรวจแล้วไม่พบที่ตั้งตามที่แจ้งไว้ จึงขอให้ผู้ที่ได้รับหนังสือและพบว่าตนถูกนำชื่อไปใช้เป็นผู้ถือหุ้นโดยไม่ทราบเรื่อง หรือมีชื่อถือหุ้นแต่ไม่ได้ชำระค่าหุ้น ให้แจ้งความและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป"