คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangขอนแก่น · เปลี่ยน

อดีตนายกฯขอนแก่นให้กำลังใจเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ชี้ปม ...

ที่มา: เดลินิวส์อ่านแล้ว: 3

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 ส.ค. 2569 นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจและสนทนาธรรม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เคยทำงานและร่วมพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัด รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมของวัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าพระครูอดุลสารนิเทศ ทำหน้าที่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด

ในส่วนของสภาพพื้นที่วัด นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่รู้จักวัดป่าอดุลยารามมานาน สามารถเห็นความเป็นวัดป่าได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีต้นไม้จำนวนมาก แม้จะมีบางคนกล่าวหาว่ามีการตัดต้นไม้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบว่าเจ้าอาวาสโทรศัพท์ขอให้เทศบาลเข้ามาตัดต้นไม้ มีแต่การรักษาต้นไม้เอาไว้

นายธีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า การออกไปโต้เถียงอาจไม่เกิดประโยชน์ หากใครยังมีข้อสงสัยควรเดินทางมาดูสถานที่ด้วยตนเอง ทั้งนี้ หากมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมบวก จะเห็นว่าวัดที่เคยค่อนข้างเงียบเหงา กลับกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน มีผู้มาตั้งโรงทานและเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าอาวาสอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาที่วัดมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเช็กอิน และส่งผลดีต่อร้านค้าและเศรษฐกิจของคนในชุมชน

“ตั้งแต่รู้จักวัดและในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี และนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ไม่เคยพบพระครูอดุลสารนิเทศปฏิบัติสิ่งใดที่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ชื่อเสียง หรือภาพลักษณ์ของความเป็นพระสงฆ์ ตรงกันข้าม สิ่งที่พบมีแต่กิจนิมนต์ ภารกิจ และงานประเพณี ซึ่งหลวงพ่อท่านทุ่มเททำอย่างเต็มที่”

นายธีระศักดิ์ กล่าวถึงปมพิพาทที่เกิดขึ้นว่า ควรกลับไปพิจารณาที่ต้นเหตุ ซึ่งในมุมของตนเป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการได้ที่ดินวัด และเมื่อมีข้อมูลข้อเท็จจริงออกมาโต้แย้งจนไม่สามารถเดินหน้าด้วยเหตุผลในประเด็นดังกล่าวได้ ก็มีความพยายามหาเหตุอื่นมาด้อยค่าหรือทำลายภาพลักษณ์ของวัดและเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

“หลวงพ่อได้พิสูจน์แล้วจากการครองตนและปฏิบัติตนในฐานะพระสงฆ์และเจ้าอาวาสที่ดี จนประชาชนให้ความเคารพศรัทธา และที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์มากกว่าคำติฉินนินทา สุดท้ายเหตุการณ์ย่อมมีจุดจบ และตนยังเชื่อว่าความดีมันก็ชนะความชั่ว”

นายธีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นยังถือเป็นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่เข้ามาที่วัด และทำให้ประชาชนที่นับถือพระพุทธศาสนารู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องออกมาช่วยกันปกป้อง โดยภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันนี้ แต่มีประชาชนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังเกิดเหตุ

“สิ่งกระตุ้นให้เกิดเหตุอาจเป็นเรื่องของจิตใจ อารมณ์ หรือความโลภ และเมื่อวันหนึ่งบทพิสูจน์ปรากฏชัดแล้ว ก็ควรละวางสิ่งเหล่านั้น หากเป็นไปได้ควรละวางทั้งเรื่องศักดิ์ศรี ความแค้น และความโลภ เพราะหากสามารถละวางได้ สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้น มิฉะนั้นจะเห็นว่าพลังของประชาชนจะเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ”

นายธีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงประเด็นการออกโฉนดว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เข้าใจว่าในขณะนั้นน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องออกไปรังวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน เมื่อมีการรังวัดแล้วพบว่าไม่ถูกต้องตามพื้นที่ที่ควรจะเป็น ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบก็จำเป็นต้องทำเรื่องโต้แย้งหรือคัดค้านไว้ เพราะหากไม่ดำเนินการอาจถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการไปตามหน้าที่

ความคิดเห็น