สบส.สั่งปิด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กาญจนบุรี จ่อเอาผิดอดีตพยาบาลเจ้าของกิจการ
7 ตุลาคม 2569 เวลา 18:16 น.
สบส.พบความผิด เตรียมสั่งปิด “ศูนย์ดูแลสูงอายุ” อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามใบอนุญาต ให้บริการเกินขอบเขต พร้อมเอาผิดอดีตพยาบาล เป็นทั้งเจ้าของและผู้ดำเนินการ ด้านกรมจิตฯ ย้ำกรงเหล็กขัง ไม่ใช่มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยจิตเวช
ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุฯ ดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 ต.ค. แล้ว พบว่ามีความผิดหลายประการที่สามารถออกประกาศปิดสถานที่แห่งนี้ได้ ภายในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ตามมาตรา 28 เป็นการกระทำความผิดที่กระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วนผู้ประกอบการ ส่วนผู้ได้รับความเสียหาย ก็ทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจแล้ว ส่วนผู้ป่วยอื่นๆ กว่า 100 ราย ส่วนใหญ่อายุ 18-59 ปี โดยพบว่า 90 กว่าราย คิดเป็นกว่า 90% เป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งจะให้กรมสุขภาพจิตประเมินอาการอย่างละเอียดก่อนส่งต่อไปสถานบริการอื่น ส่วนรายที่ญาติยังไม่ตัดสินใจ จะนำตัวส่งต่อไปยังสถานพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตเพื่อดูแลต่อไป ขณะที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุถึงมาตรการทางกฎหมายว่า ทางกรม สบส. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำเอกสารเพื่อออกคำสั่ง ยกเลิกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที ซึ่งไม่ใช่เพียงการพักใช้ใบอนุญาตชั่วคราว แต่มีผลเท่ากับเป็นการ "สั่งปิด" โดยคำสั่งจะครอบคลุมใบอนุญาตทั้ง 2 ส่วน คือ ใบอนุญาตของผู้ประกอบการ (เจ้าของกิจการ) และใบอนุญาตของผู้ดำเนินการ ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน คาดว่าจะสามารถออกคำสั่งดังกล่าวได้ภายในวันนี้
จากการตรวจสอบพบการกระทำความผิดชัดเจนใน 2 กฎหมายหลัก ได้แก่
1. การฝ่าฝืน พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559: พบการให้บริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตไว้เพียง 50 เตียง แต่ตรวจพบจริงถึง 129 เตียง พื้นที่ใช้สอยขอไว้ 1,600 ตารางเมตร แต่เปิดใช้จริงถึงประมาณ 4,300 ตารางเมตร หรือเกินกว่าที่ขอเกือบ 3 เท่า รวมถึงสภาพสถานที่และการดูแลไม่ได้มาตรฐาน มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้รับบริการ
2. การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล: เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ขออนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แต่กลับลักลอบรับดูแลผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งต้องเป็นสถานพยาบาลที่มีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตามกฎหมายเท่านั้น อีกทั้งการบันทึกเวชระเบียนของผู้ป่วยยังขาดความละเอียดถูกต้องตามมาตรฐาน
“เรื่องการตรวจสอบมาตรฐานสถานบริการแห่งนี้ มีการต่อใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร. ขณะที่ สบส.ก็มีการตรวจพื้นที่จริงทุกปี โดยศูนย์แห่งนี้มีรอบตรวจในเดือน พ.ย.นี้ แต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ในภาพรวม สบส. จะมีการตรวจสอบมาตรฐานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนกับ สบส.ทั่วประเทศทั้ง 1,200 แห่ง ให้เสร็จภายใน 2 เดือนนี้” นพ.ภูวเดชกล่าว
เมื่อถามว่าศูนย์แห่งนี้มีผู้ดำเนินการเป็นอดีตบุคลากรสาธารณสุข หรืออดีตพยาบาลใช่หรือไม่ นพ.ภูวเดช ตอบว่า ใช่ เป็นอดีตพยาบาล เคยรับราชการในส่วนกองทัพอากาศ และลาออกมาอยู่ในเอกชน จากนั้นก็มาดำเนินการในสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง โดยทำมาตั้งแต่ปี 2549
เมื่อถามว่าการดำเนินงานในแง่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช ปกติการมีกรงเหล็กแบบนี้ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ชี้แจงถึงมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชว่า ตามหลักวิชาชีพ การจำกัดพฤติกรรม เช่น การใช้ห้องแยกพิเศษที่มีความมั่นคงแข็งแรง หรือมีลักษณะคล้ายกรง จะอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการคุ้มคลั่ง รุนแรง และจำเป็นต้องควบคุมพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น
“แต่สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการสงบ หรือบุคคลทั่วไป การนำกรงมาใช้ขังหรือครอบเตียงตามที่ปรากฏในศูนย์แห่งนี้ ยืนยันว่า ไม่ใช่มาตรฐานทางการแพทย์ และไม่สามารถกระทำได้ไม่ว่ากรณีใดๆ” นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว