กาญจนบุรี – ฝนตกหนักบนเทือกเขาทองผาภูมิ ทำให้น้ำป่าจาก 4 ลำห้วยสาขาไหลลงบ่อกักเก็บตะกอนหางแร่เหมืองสองท่อ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ก่อนคันดินกั้นบ่อรับมวลน้ำไม่ไหวพังเป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้น้ำทะลักออกจากบ่อไหลสมทบกับมวลน้ำเดิม กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก ขณะที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนมากับมวลน้ำหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า จากเหตุน้ำป่าทะลักพื้นที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องบนเทือกเขา ทำให้น้ำป่าจาก 4 ลำห้วยสาขาไหลลงสู่ บ่อกักเก็บตะกอนหางแร่เหมืองสองท่อ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ก่อนคันดินกั้นบ่อรับมวลน้ำไม่ไหวพังถล่มเป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้น้ำจำนวนมหาศาลทะลักออกมาสมทบกับมวลน้ำเดิม กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก
อีกประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ มวลน้ำที่ไหลทะลักออกจากบ่อกักเก็บตะกอนหางแร่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนมากับกระแสน้ำหรือไม่ จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำอย่างต่อเนื่อง
โดยมีความกังวลว่า หากมวลน้ำดังกล่าวไหลตามลำน้ำห้วยคลองงู อาจลงสู่แม่น้ำแควใหญ่บริเวณปากห้วยคลองงู หรือท่าแพน้ำโจน ก่อนเข้าสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ และ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์ทั้งด้านอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวลำน้ำและพื้นที่ท้ายน้ำ เฝ้าติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแหล่งน้ำที่อาจได้รับผลกระทบมาใช้โดยตรง จนกว่าจะมีการตรวจสอบและยืนยันคุณภาพน้ำอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการเร่งเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในจุดที่มวลน้ำไหลผ่าน รวมถึงบริเวณปลายน้ำ เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ และหากพบการปนเปื้อนจะได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้รับทราบและดำเนินการป้องกันได้อย่างทันท่วงที