คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกาญจนบุรี · เปลี่ยน

‘บูลลี่’ แชมป์ร้องศูนย์พิทักษ์สิทธิ ‘อัครนันท์’ เผยยอดพุ่ง 1.2 พันเรื่อง เตือนบิ๊กร.ร. ห้ามสกัด-หวั่นครูผวา

ที่มา: มติชน

‘บูลลี่’ แชมป์ร้องศูนย์พิทักษ์สิทธิ ‘อัครนันท์’ เผยยอดพุ่ง 1.2 พันเรื่อง เตือนบิ๊กร.ร. ห้ามสกัด-หวั่นครูผวา

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ. ดำเนินงานและการรับเรื่องร้องเรียนผ่าน ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย โดยใช้ระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่าน ‘Traffy Edu’ ซึ่งได้มีการประกาศเปิดตัวระบบอย่างเป็นทางการไป เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นั้น ล่าสุดหลังจากที่ ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ได้เปิดดำเนินการมาราว 1 เดือนกว่า ปรากฏว่ามีนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนเข้ามาร้องเรียนปัญหาต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยในช่วงแรกมีผู้ร้องเรียนประมาณ 40 เรื่อง ก่อนที่กระแสความเชื่อมั่นจะขยายวงกว้างขึ้น ผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จนทำให้เรื่องร้องเรียนสูงถึง 1,224 เรื่อง

“ข้อมูลระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เรื่องร้องเรียนทั้งหมด 1,224 เรื่อง มีการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 1,094 เรื่อง คิดเป็น 89.4%, กำลังดำเนินการ 110 เรื่อง คิดเป็น 9.0% และรอรับเรื่อง 20 เรื่อง คิดเป็น 1.6% ส่วนประเภทเรื่องที่ร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับแรก ดังนี้ 1.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 703 เรื่อง , 2.ภัยจากสังคม สิ่งแวดล้อมและปัจจัยแวดล้อมภายนอก 202 เรื่อง และ 3.ความรุนแรง การคุกคาม การล่วงละเมิด การทอดทิ้งและแสวงหาผลประโยชน์ 109 เรื่อง” นายอัครนันท์ กล่าว

นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนที่นอกเหนือขอบเขตอำนาจโดยตรงของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เช่น เรื่องการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน หรือการโยกย้ายข้าราชการ ฯลฯ จะทำหน้าที่ชี้แจงให้ผู้ร้องเรียนรับทราบอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรง พร้อมรายงานไปยัง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ได้รับทราบ รวมถึงทำเรื่องส่งต่อไปยังหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบตามกระบวนการ

“ส่วนปัญหาที่พบมากและอยู่ในความดูแลคือ ปัญหาการบูลลี่ภายในโรงเรียน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบ ทั้งระหว่างเด็กกับเด็ก ครูต่อนักเรียน หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งระหว่่างครูกับครูด้วยกันเอง หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนปัญหาการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมในโรงเรียนคือ กรณีที่ผู้บริหารสถานศึกษาแสดงพฤติกรรมพยายามสืบเสาะหาตัวผู้ที่นำเรื่องมาร้องเรียนศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เช่น มีกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไปสืบหาว่าใครเป็นคนมาร้องเรียนศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ทำให้คุณครูผู้เสียหายต้องส่งข้อความมาบอกเล่าสถานการณ์ด้วยความหวาดระแวงและความกังวลเรื่องความปลอดภัย ขอเน้นย้ำว่า พฤติกรรมดังกล่าวของผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ไม่ได้ทำหน้าที่รับฟังเพียงแค่ฝ่ายผู้ร้องเรียนเท่านั้น แต่มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การที่ผู้บริหารสถานศึกษาพยายามตามหาตัวผู้ร้องเรียน จนสร้างความไม่ปลอดภัย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง” นายอัครนันท์ กล่าว

ความคิดเห็น