คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกำแพงเพชร · เปลี่ยน

สื่อดัง เปิดสเตทเมนต์ มูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา สร้างพูลวิลล่าภูเก็ต บุ๋ม ยันไม่รู้เรื่อง

ที่มา: The Thaiger

สื่อดัง เปิดสเตทเมนต์ มูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา สร้างพูลวิลล่าภูเก็ต บุ๋ม ยันไม่รู้เรื่อง

ลุยชนข่าว เปิดสเตทเมนต์ มูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา โอนผู้รับเหมา 45 ล้าน ก่อนถูกโอนกลับเข้าบัญชีสามี ผู้รับเหมาโร่แจ้งความกลัวผิดฟอกเงิน พ่วงปมพูลวิลล่าภูเก็ตและที่ราชพัสดุนครนายก ด้าน บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันไม่ทราบเรื่อง

รายการลุยชนข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีส่วนตัวที่ใช้รับบริจาคของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทยและนักกิจกรรมสังคม หลังเพจเฟซบุ๊ก ออยศรีและผองเผือก ตั้งข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาค รวมถึงความเชื่อมโยงทางการเงินที่ไหลไปสู่ ก๊อต อธิป สามีของบุ๋ม จนนำไปสู่การตรวจสอบโครงการก่อสร้างหลายแห่งทั้งในจังหวัดปทุมธานี ภูเก็ต และนครนายก

จุดเริ่มต้นมาจากผู้รับเหมาก่อสร้างชื่อ เอ๋ อภิชาติ ซึ่งระบุว่าเป็นเพื่อนกลุ่มยิงปืนของก๊อตมานานกว่า 10 ปี เดินทางเข้าพบทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ และเข้าลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังเกรงว่าจะตกเป็นผู้ร่วมขบวนการฟอกเงิน

เอ๋นำหลักฐานรายการเดินบัญชีธนาคารมามอบให้สื่อมวลชนตรวจสอบ กล่าวว่าตนเองเป็นผู้รับเหมาที่เข้าไปก่อสร้างอาคารมูลนิธิองค์กรทำดีที่จังหวัดปทุมธานี ทั้งร่วมหุ้นทำโครงการพูลวิลล่าที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับก๊อต

หลักฐานสเตทเมนต์ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และวันที่ 5 มกราคม 2569 บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีได้โอนเงินเข้าบัญชีของเอ๋รวม 6 ครั้ง เป็นเงินประมาณ 45 ล้านบาท

แบ่งเป็นยอดวันที่ 23 ธันวาคม 2568 จำนวน 2 ครั้ง คือ 3 ล้านบาท กับ 13.7 ล้านบาท ส่วนวันที่ 5 มกราคม 2569 มีการโอนติดต่อกัน 4 ครั้งภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 14:33 น. ถึง 14:54 น. ยอดเงินตั้งแต่ 4.2 ล้านบาท ไปจนถึง 10.5 ล้านบาท

เอ๋ให้ข้อมูลว่า ทุกครั้งที่มีเงินจากองค์กรโอนเข้ามา ก๊อตจะโทรศัพท์มาสั่งให้ทำใบเสนอราคาและใบวางบิล จากนั้นไม่นานจะแจ้งยกเลิกหรือเปลี่ยนแผนงาน แล้วสั่งให้โอนเงินทั้งหมดกลับคืน แต่กำชับว่าไม่ต้องโอนคืนเข้าบัญชีมูลนิธิ ให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของก๊อตแทน

ข้อมูลจากสเตทเมนต์ธนาคารกสิกรไทยของเอ๋เผยให้เห็นว่า หลังจากรับเงินก้อนแรกเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เพียง 4 ชั่วโมง เอ๋ได้โอนเงินต่อไปให้ก๊อตในช่วงเวลาประมาณ 21:00 น. แบ่งโอนเป็นก้อนย่อย ครั้งละประมาณ 1.8 ถึง 1.98 ล้านบาท ซึ่งรายการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำให้แต่ละยอดไม่ถึง 2 ล้านบาท อันเป็นเกณฑ์ที่ธนาคารต้องรายงานธุรกรรมต่อธนาคารแห่งประเทศไทย

เอ๋ยืนยันว่าได้โอนเงินกลับไปให้ก๊อตทั้งหมด เฉพาะบัญชีธนาคารกสิกรไทยแห่งเดียวมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และยังมีรายการโอนผ่านธนาคารอื่นอีก

นอกจากเงินก้อน 45 ล้านบาทจากบัญชีมูลนิธิแล้ว รายการลุยชนข่าวยังเปิดเผยเอกสารสเตทเมนต์ธนาคารไทยพาณิชย์ของเอ๋เพิ่มเติม พบว่าตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 มีเงินโอนจากบัญชีส่วนตัวของบุ๋มที่ใช้ชื่อว่า องค์กรทำดี โดย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซึ่งเป็นบัญชีที่ใช้เปิดรับบริจาคควบคู่กับบัญชีมูลนิธิ โอนเข้าบัญชีของเอ๋อีก 28 รายการ รวมเป็นเงินประมาณ 18 ล้านบาท ในเอกสารระบุวัตถุประสงค์ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต เช่น ค่าสระว่ายน้ำ ค่าเครื่องปรับอากาศ และค่าผ้าม่าน

ด้านโครงการพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเดิมวางแผนสร้างขาย 8 หลัง ราคาหลังละ 15 ถึง 20 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 3 หลัง แต่เกิดปัญหาหยุดชะงัก เอ๋ระบุว่าไม่สามารถติดต่อก๊อตได้ในช่วงหลัง โดยก๊อตอ้างก่อนหน้านี้ว่ามีปัญหาครอบครัว

ต่อมามีคนงานเข้าไปรื้อถอนโครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วออกบางส่วน พร้อมนำป้ายไวนิลชื่อ มูลนิธิองค์กรทำดี สาขาภูเก็ต ไปติดตั้งแทนป้ายโครงการ ทำให้เอ๋เกิดความกังวลเรื่องเงินที่ลงทุนไปแล้ว

บุ๋ม ปนัดดา ได้ออกมาไลฟ์สดและให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า เงินจำนวน 45 ล้านบาทที่โอนออกจากมูลนิธิ เป็นงบประมาณก่อสร้างศูนย์ต้านภัยพิบัติและอาคารของมูลนิธิที่จังหวัดปทุมธานีจำนวน 5 อาคาร ซึ่งตั้งงบไว้ 50 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

บุ๋มนำโฉนดที่ดินมาแสดงเพื่อยืนยันว่าได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้จากชื่อของตนเองไปเป็นของมูลนิธิองค์กรทำดีตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน ไม่ได้เป็นของส่วนตัว

ส่วนเรื่องที่ผู้รับเหมาถอนเงินแล้วโอนกลับไปให้สามีนั้น บุ๋มยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน รู้เพียงว่าสามีติดค้างเงินผู้รับเหมาอยู่ 5 ล้านบาทและได้เตือนให้ไปจัดการให้เรียบร้อย สำหรับป้ายมูลนิธิที่นำไปติดหน้าโครงการพูลวิลล่าที่ภูเก็ต บุ๋มระบุว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและสั่งให้ปลดป้ายออกทันทีตั้งแต่วันที่ทราบข่าว พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่นำชื่อมูลนิธิไปแอบอ้าง

นอกเหนือจากปมเส้นทางการเงินและพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ก๊อต อธิป ยังเผชิญกับปัญหาการบุกรุกที่ดินสร้างสนามวิ่งเทรลและอาคารที่พัก เนื้อที่ 23 ไร่ ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

ก่อนหน้านี้บุ๋มได้นำเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินมูลค่า 25 ล้านบาท ที่พบในตู้เซฟของก๊อตออกมาแสดงเพื่อยืนยันว่าสามีซื้อที่ดินมาโดยมีเอกสารรับรอง ในสัญญาระบุชื่อผู้ขายเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และมีลายเซ็นของกำนันหญิงในพื้นที่ลงนามเป็นพยาน

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งกองทัพบกเป็นผู้ดูแลและใช้ประโยชน์ ไม่สามารถนำไปซื้อขายหรือออกเอกสารสิทธิ์ให้เอกชนได้ จากการตรวจสอบกับมณฑลทหารบกที่ 12 ยืนยันว่าก๊อตไม่ได้ขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านนาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวรั้วและอาคารร้านค้า พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐแล้ว

ด้าน ร้อยตำรวจตรี สันทัด ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และนางสาวจิราภรณ์ นายอำเภอบ้านนา แถลงว่า ทางจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และออกหนังสือเชิญผู้ขาย ผู้ซื้อ รวมถึงกำนันที่ปรากฏลายเซ็นในเอกสารมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ว่าสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือปลอม และมีการครอบครองที่ดินมาก่อนปี พ.ศ. 2484 หรือไม่

หากพบว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐโดยมิชอบ จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่ดิน มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ขณะที่ ก๊อต อธิป ยังคงเก็บตัวเงียบและยังไม่ได้ออกมาชี้แจงในทุกประเด็นที่เกิดขึ้น

- พุทธ อภิวรรณ จี้แจงด่วน เงิน 45 ล้าน มูลนิธิโอนให้ผู้รับเหมา แล้วโอนคืนให้คนใกล้ตัวประธาน

- บุ๋ม ปนัดดา แจงยอดเงินบริจาค 50 ล้าน ทุ่มงบซ่อม-สร้าง มูลนิธิทั้งหมด ไม่ใช่ของส่วนตัว

- มหาดไทยสั่งสอบ ผอ.C8 ปมขายที่ดินให้สามี “บุ๋ม ปนัดดา” ให้เวลา 7 วัน

ความคิดเห็น