คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกำแพงเพชร · เปลี่ยน

สุชาติ สั่งกรมอุทยานฯ ประสานกรมทรัพยากรธรณี สำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์ พิสูจน์สายพันธุ์

ที่มา: ข่าวสด

รมว.สุชาติ สั่งกรมอุทยานฯ ประสานกรมทรัพยากรธรณี เร่งสำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์ อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท ตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ 20 ต.ค. นี้

วันที่ 19 ต.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี เร่งลงพื้นที่สำรวจซากดึกดำบรรพ์อย่างเร่งด่วน หลังรับรายงานการพบรอยเท้าสัตว์โบราณในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

โดยนายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณท้องที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน สืบเนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. 2569 คุณพิชัย ประเทศเสนา ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมธรรมชาติในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ และสังเกตเห็นรอยหินลักษณะคล้ายรอยเท้าสัตว์โบราณบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน จึงถ่ายภาพเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์

จนเกิดการวิเคราะห์ในวงกว้างและนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ จากการสำรวจเพิ่มเติมรอบบริเวณลานหินทราย พบรอยเท้าสัตว์โบราณประทับชัดเจนรวม 4 รอย แต่ละรอยมีความกว้างและความยาวประมาณ 32 เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างรอยเท้าคงที่ 80 เซนติเมตร ซึ่งสะท้อนถึงจังหวะการเดินของสัตว์ขนาดใหญ่ในอดีต

นายสุชาติ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับรายงานการค้นพบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายรอยเท้าไดโนเสาร์ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) ได้สั่งการทันทีให้กรมอุทยานฯ บูรณาการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี จัดส่งทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจและคุ้มครองพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่อำเภอบ้านผือถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และโบราณคดีของประเทศ

การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่า ซึ่งกระทรวงฯ มุ่งหวังจะต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นต่อไป”

ด้านนายยุงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับรายงานจากนายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) โดยจุดที่พบรอยเท้าตั้งอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) เคยพบเห็นจุดดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัด กระทั่งมีภาพเผยแพร่และได้รับความสนใจ

เจ้าหน้าที่จึงเข้าสำรวจพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมอย่างละเอียดจนพบรอยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันรวม 4 รอย ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาในจุดที่ค้นพบ คาดว่าเป็นชั้นหินทรายในกลุ่มหินโคราชที่มีอายุหลายสิบล้านปี

โดยทางอุทยานฯ ได้จัดทำแนวกั้นพื้นที่เฝ้าระวัง จัดทำบันทึกพิกัดดาวเทียม (GPS) และรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเสนอรายงานต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยเท้าได้รับความเสียหายจากปัจจัยทางธรรมชาติและการรบกวนของมนุษย์

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมทรัพยากรธรณี โดยกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 เตรียมส่งทีมนักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิชาการอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ต.ค. 2569 เพื่อจำแนกอนุกรมวิธาน ระบุสายพันธุ์

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ ตลอดจนประเมินขนาดลำตัวและช่วงอายุที่แน่ชัด หากผลการพิสูจน์ยืนยันความชัดเจน ทางหน่วยงานจะร่วมกันวางแผนยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของจังหวัดอุดรธานีต่อไป

อ่านข่าว

ความคิดเห็น