คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกำแพงเพชร · เปลี่ยน

SCB-KTB จับตาเงินบาทผันผวน คาดกรอบ 33.15-33.85 บาท รับแรงกดดันดอกเบี้ยเฟด-สงครามตะวันออกกลาง

ที่มา: ข่าวสด

SCB ประเมินเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35-33.65 บาทต่อดอลลาร์ ด้านกรุงไทยมองเงินบาทเปิดตลาด 33.51 บาท แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ยังเสี่ยงผันผวนสองทิศทาง จับตาราคาทองคำ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด พร้อมประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.15-33.85 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อย จับตาทองคำ-ดอกเบี้ยเฟด

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทประจำวันที่ 12 ต.ค. 2569 เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35-33.65 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ขณะที่ตลาดการเงินยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและทิศทางราคาพลังงาน

ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.53 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.58 บาทต่อดอลลาร์ ยังไม่มีทิศทางชัดเจน

เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าเข้าใกล้ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการฟื้นตัวของราคาทองคำ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงาน แม้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดข้อตกลงจากทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังระงับมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดีเซลของรัสเซียเป็นการชั่วคราว หลังบรรลุข้อตกลงให้รัสเซียจัดหาน้ำมันดีเซลแก่สหรัฐฯ และตลาดโลก ซึ่งมีเป้าหมายช่วยควบคุมราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มงานตลาดการเงิน SCB ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นหลังกลุ่มฮูตีโจมตีกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียติดต่อกัน 2 วัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และเพิ่มความเสี่ยงที่ซาอุดีอาระเบียอาจยกระดับความรุนแรงของสงคราม ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 44.7 ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

นายพูนกล่าวว่า แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มลดลง แต่ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตลอดจนพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางราคาทองคำ รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ

ตลาดยังต้องติดตามรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยปัจจุบันตลาดประเมินว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้

หากตัวเลข CPI ไม่สะท้อนการเร่งตัวของเงินเฟ้อในวงกว้าง ตลาดอาจลดความคาดหวังต่อการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนตุลาคม ซึ่งอาจช่วยหนุนเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นได้ หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและราคาทองคำปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและสถานการณ์การเมืองยุโรปยังเป็นปัจจัยที่อาจหนุนเงินดอลลาร์และสร้างความผันผวนให้ตลาดเงิน

สำหรับกรอบค่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า กรุงไทยประเมินไว้ที่ 33.40-33.60 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทตลอดสัปดาห์ที่ 33.15-33.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ แนวรับถัดไปที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับสำคัญถัดลงมาที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 33.85 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเพิ่มโอกาสที่เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง โดยผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินอย่างใกล้ชิด และพิจารณาใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง

ความคิดเห็น