อีลอน มัสก์ ออกมายืนยันว่า ข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับความเร็วหรือการใช้งานของอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เกิดกับยูเครน เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดี
เมื่อ 14 ต.ค. 2569 อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดังและเจ้าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่ง ออกมายืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจำกัดความเร็ว ว่าอาวุธบางชนิดของยูเครนจะสามารถเดินทางได้เร็วแค่ไหน และเชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ได้นานเพียงไร
ทั้งนี้ การจำกัดความเร็วดังกล่าวหมายถึง มาตรการจำกัดความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของระบบดาวเทียม Starlink (รวมถึงระบบสำหรับภารกิจความมั่นคงอย่าง Starshield) ที่ติดตั้งอยู่บนยานพาหนะและอาวุธที่กำลังเคลื่อนที่ของกองทัพยูเครน โดยระบบสัญญาณจะถูกตัดขาดทันทีเมื่ออาวุธหรือโดรนมีความเร็วเกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้
“ระบบ Starshield อยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของและการควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ ดังนั้น ข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับความเร็วหรือการใช้งาน จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกองทัพสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ (POTUS) เป็นสำคัญ” อีลอน มัสก์ ชี้แจงผ่านข้อความที่โพสต์บน X
เขาระบุเพิ่มเติมว่า Starlink มีไว้เพื่อ “กิจกรรมทางพลเรือนหรือการป้องกันตัวเท่านั้น และไม่สามารถนำไปใช้ในปฏิบัติการบุกเชิงรุกทางทหารได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับบริษัทเชิงพาณิชย์”
ก่อนหน้านี้ กองทัพยูเครนระบุว่า Starlink จำกัดความเร็วสัญญาณไว้ที่ไม่เกิน 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้อาวุธหรือโดรนของยูเครนที่เคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วนี้สูญเสียการเชื่อมต่อสัญญาณทันที ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภารกิจในสมรภูมิ
ยูเครนต้องพึ่งพา Starlink เป็นหลักในการนำทางโดรนโจมตีเป้าหมายรัสเซียและป้องกันน่านฟ้า การจำกัดความเร็วนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียระดมโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ จนทำให้ประชาชนกว่า 600,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้
ในเวลาต่อมา สัญญาณได้รับการฟื้นฟูบางส่วน ซึ่งมีไคโล เฟโดรอฟ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครน ได้ออกมาโพสต์ขอบคุณมัสก์ผ่าน X และเรียกร้องให้ปลดล็อกข้อจำกัดความเร็วทั้งหมดเพื่อการป้องกันประเทศ
ด้านนาย เซอร์ฮีย์ เบสเครสต์นอฟ ที่ปรึกษาของประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือปัญหาทางเทคนิค แต่มีความเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างกรุงเคียฟและวอชิงตัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ยูเครนยังคงโจมตีโรงงานพลังงานของรัสเซีย ขณะที่เซเลนสกีระบุว่าตนเองรู้สึกถูกทรยศหลังจากสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียจำนวน 300,000 ตันเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในระหว่างที่เกิดวิกฤตดังกล่าว ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้เดินทางเยือนกรุงลอนดอน และเข้าเฝ้าพระเจ้าชาลส์ที่ 3 รวมถึงพบปะกับ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งทางการ UK ประกาศเร่งการจัดส่งขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบา (LMM) ให้แก่ยูเครนเพื่อใช้ยิงโดรนของรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : bbc