ศรีเจริญกรุ๊ป สร้าง “เมรุเตาชีวมวล” ถวายวัดอ่างทอง 2.6 ล้านบาท ส่งต่อสาธารณประโยชน์สู่ชุมชน วันที่ 19 กันยายน 2569 ครอบครัว “เดชศรี” ใน เครือบริษัท เอส ซี อาร์ พร๊อพเพอตี้ จำกัด (ศรีเจริญกรุ๊ป) นำโดย ดร.ถนอม – คุณแม่พิกุล เดชศรี พร้อมบุตรทั้ง 4 คน ได้แก่ นางมภัคษนัญ เดชศรี , นายอำนาจ เดชศรี,สจ.อนันต์ เดชศรี และนายกฤษณวัชญ์ เดชศรี ร่วมถวาย “เมรุเตาชีวมวล” มูลค่า 2,600,000 บาท แก่ พระอธิการบุญยืน ชาตเมธโร เจ้าอาวาสวัดอ่างทองหรือวัดปากอ่าง บ้านปากอ่าง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร การสร้างเมรุครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของครอบครัวที่ต้องการทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และที่สำคัญคือการสร้าง สาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชนในชุมชน เพื่อให้มีสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจที่เหมาะสม สมเกียรติ และสามารถรองรับการใช้งานของประชาชนได้ในระยะยาว เมรุเตาชีวมวลแห่งใหม่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างภายในวัด หากแต่เป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อครอบครัวและญาติพี่น้องในช่วงเวลาของการสูญเสีย ช่วยให้สามารถประกอบพิธีส่งผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยลดภาระด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่ จากศรัทธา สู่สาธารณประโยชน์ แนวคิดสำคัญของครอบครัวเดชศรีในการร่วมสร้างเมรุครั้งนี้ คือการนำทรัพย์สินส่วนหนึ่งของครอบครัวมาสร้างสิ่งที่ “เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น และสามารถส่งต่อประโยชน์ให้คนในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง” เมรุเตาชีวมวลจึงเป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นทรัพย์สินสาธารณะที่วัดและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นการส่งต่อศรัทธาและน้ำใจให้คงอยู่คู่กับชุมชนต่อไป พิธีถวายจัดขึ้นท่ามกลางพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ตำบลอ่างทองที่เดินทางมาร่วมทำบุญเนื่องในวันพระ ณ วัดอ่างทองอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และภาคเอกชนในการดูแลสาธารณประโยชน์ของท้องถิ่น รู้จัก “วัดอ่างทอง” หรือ “วัดปากอ่าง” วัดอ่างทอง ตั้งอยู่ที่บ้านปากอ่าง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่ประมาณ 18 ไร่ จุดเริ่มต้นของวัดเกิดจากชุมชนบ้านปากอ่างที่มีประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น แต่ในขณะนั้นยังไม่มีสถานที่สำหรับประกอบศาสนกิจและบำเพ็ญกุศล นายวุฒิ และนางระเบียบ จิตนุ่ม บิดาและมารดาของ พระครูวชิรธรรมคุณ อดีตเจ้าอาวาส จึงได้มอบที่ดินและร่วมกับชาวบ้านเป็นแกนนำในการจัดสร้างสถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในระยะแรกใช้ชื่อว่า “ที่พักสงฆ์ราษฎร์ดำรง” ก่อนพัฒนาและได้รับการตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ โดยเดิมใช้ชื่อ “วัดราษฎร์เจริญพัฒนาราม” ต่อมา พระวิเชียรโมลี เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชรในขณะนั้น เห็นว่าชื่อวัดเดิมค่อนข้างยาว จึงมีแนวคิดให้ชื่อวัดสอดคล้องกับท้องถิ่นและชื่อของตำบลอ่างทอง ก่อนดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอ่างทอง” ในเวลาต่อมา วัดอ่างทองได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2531 ภายในวัดมีศาสนสถานและสิ่งปลูกสร้างสำคัญ อาทิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร หอระฆัง หอกลอง และฌาปนสถาน รวมทั้งเปิดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เพื่อเป็นแหล่งศึกษาพระธรรมแก่พระภิกษุและสามเณร เมื่อฌาปนสถานเดิมมีสภาพทรุดโทรม การร่วมสร้าง “เมรุเตาชีวมวล” มูลค่า 2.6 ล้านบาท ของครอบครัวเดชศรีและศรีเจริญกรุ๊ป ดร.ถนอม – แม่พิกุล เดชศรี เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์อาคารพาณิชย์ หมู่บ้านจัดสรร ภายใต้โครงการหมู่บ้าน ศรีเจริญวิลล่า ควบคู่ไปกับธุรกิจรถยนต์บรรทุกมือสอง ศรีเจริญคาร์เซนต์เตอร์ปัจจุบันดำเนินกิจการบ้านเดี่ยว 1 ชั้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม อาคารคอนโดมิเนียมภายใต้โครงการ ศรีเจริญซิตี้พลัสคอนโด1-2 โครงการ ศรีเจริญวิลล์ โครงการศรีเจริญแกรนด์วิลล์ โครงการศรีเจริญโมเดิร์นในเครือ (ศรีเจริญกรุ๊ป) จึงเป็นอีกหนึ่งการต่อยอดศรัทธาให้กลายเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนในชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน “จากศรัทธาของครอบครัว สู่ประโยชน์ของส่วนรวม” คือความหมายสำคัญของการถวายเมรุเตาชีวมวลแก่วัดอ่างทองในครั้งนี้