คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหาดใหญ่ · เปลี่ยน

ยอดขายกระบะหด ส่งออกทรุด ส.อ.ท. เร่งรัฐออกมาตรการกู้ตลาด ห่วงกระทบแรงงานกว่า 8 แสนคน

ที่มา: ไทยรัฐ

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล เร่งออกมาตรการกระตุ้นตลาดรถกระบะและเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ หลังยอดขายในประเทศหดตัว ขณะที่ส่งออกตะวันออกกลางลดลง กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 2,500 รายและการจ้างงานกว่า 800,000 คน พร้อมรอความชัดเจนปรับภาษีรถนำเข้า สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ลงทุนผลิตในไทย

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดรถกระบะที่หดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถกระบะบรรทุกซึ่งเป็นรถสำหรับประกอบอาชีพของเกษตรกร พ่อค้า และแม่ค้า ที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยสินเชื่ออย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์คาดหวังให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นตลาดรถยนต์อย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน โดยเฉพาะตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion หรือผลิตภัณฑ์หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ยอดผลิตและยอดจำหน่ายในประเทศยังเติบโตเป็นบวก ขณะที่ยอดส่งออกลดลง โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 521,000 คัน

รถกระบะชะลอตัว กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนและแรงงาน

นายสุวัชร์ กล่าวว่า วิกฤตตลาดรถกระบะส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นตลอดห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ ซึ่งมีผู้ประกอบการมากกว่า 2,500 ราย และมีการจ้างงานกว่า 800,000 คน โดยยอดผลิตชิ้นส่วนรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 90% ลดลงมากกว่า 300,000 ชิ้น

โดยส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายประเภทต้องลดการผลิต ทั้งหม้อน้ำ ท่อไอเสีย เบาะนั่ง เครื่องปรับอากาศ กระจก เหล็ก และปิโตรเคมี ซึ่งผลกระทบยังขยายไปถึงรายได้ของโชว์รูม พนักงานขาย สถาบันการเงิน รวมถึงรายได้จากการจัดเก็บภาษีของภาครัฐที่ลดลงด้วย

ด้าน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยอดขายรถกระบะและรถกระบะดับเบิลแค็บยังลดลง 11.50% และ 4.95% ตามลำดับ จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในอัตราต่ำ รายได้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังอ่อนแอ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

เสนอกระตุ้นสินเชื่อ พยุงการผลิตในประเทศ

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส.อ.ท. ขอเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือการผลิตรถกระบะ ซึ่งในปีนี้ยังได้รับผลกระทบด้านการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลาง จากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 9 เดือน

โดยการส่งออกรถกระบะไปตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งปีที่แล้วมีจำนวนมากกว่า 100,000 คัน ลดลงไปแล้ว 33,118 คัน หรือ 37.73%

ส.อ.ท. จึงเสนอให้รัฐบาลกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อซื้อรถกระบะในประเทศให้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพื่อช่วยให้การผลิตรถกระบะไม่ลดลง และช่วยให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานสามารถรักษาปริมาณการผลิตชิ้นส่วน รักษาการจ้างงาน และอาจเพิ่มการจ้างงานได้

นายสุรพงษ์ มองว่า หากเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้นและการลงทุนเพิ่มขึ้น จะช่วยให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ขณะที่หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน และหนี้เสียลดลง รวมถึงช่วยให้สถาบันการเงินมีความเข้มแข็งมากขึ้น

"เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น การลงทุนเพิ่มขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น หนี้สาธารณะลดลง หนี้ครัวเรือนลดลง หนี้เสียลดลง สถาบันการเงินเข้มแข็งขึ้น เป็นการเริ่มต้นเศรษฐกิจเติบโตจนประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง เป็นประเทศพัฒนาร่ำรวยแล้วเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้อยู่ที่ความสามารถของผู้นำรัฐบาลที่หลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถสร้างความเจริญเติบโตของประเทศให้มากกว่าหรือน้อยกว่าประเทศอื่นได้"

คงเป้าผลิตรถปี 2569 ที่ 1.45 ล้านคัน หลังน้ำท่วมกระทบโรงงาน

นายสุวัชร์ กล่าวถึงผลกระทบจากอุทกภัยในเดือนกันยายน 2569 ว่า หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยบางพื้นที่ส่งผลโดยตรงต่อโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น บริเวณนิคมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูง

แม้โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งจะไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วน เส้นทางขนส่งไม่สะดวก และพนักงานบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ประเมินว่า เหตุอุทกภัยดังกล่าวยังไม่กระทบต่อเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 โดยยังคงเป้าหมายไว้ที่ 1,450,000 คัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน เนื่องจากหลายโรงงานได้วางแผนเร่งการผลิตให้กลับมาเป็นไปตามแผนเดิม

รอรัฐบาลเคาะภาษีรถนำเข้า สร้างความเป็นธรรมผู้ผลิตไทย

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป โดยมองว่าการปรับภาษีจะช่วยสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนและผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ

ส.อ.ท. ยังเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อปกป้องและส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโต และรักษาบทบาทการเป็นฐานผลิตและส่งออกยานยนต์ที่สำคัญของโลกต่อไป

ความคิดเห็น