เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนมาตรการพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้แนวทาง “No ID, No Ads” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวเป็นความร่วมมือของรัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อมุ่งยกระดับความปลอดภัยของประชาชนจากปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
นางสาวลลิดา ชี้แจงถึงข้อสงสัยที่ว่ามาตรการดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะแพลตฟอร์มของเครือ Meta หรือไม่ โดยยืนยันว่า ข้อกำหนดนี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่มีผลครอบคลุมผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ทุกรายที่เข้าข่ายตามประกาศ รวมถึง TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยภาครัฐเปิดโอกาสให้แต่ละแพลตฟอร์มสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีและกระบวนการตรวจสอบอัตลักษณ์ที่สอดคล้องกับระบบของตนเองได้ ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
คุมเข้มผู้ลงโฆษณาข้ามชาติ แพลตฟอร์มเมินตรวจส่อรับผิดร่วม
สำหรับกลุ่มผู้ลงโฆษณาจากต่างประเทศ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการนี้ครอบคลุมถึงการยิงโฆษณาจากต่างประเทศที่เผยแพร่เข้ามายังผู้ใช้งานในประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยผู้ลงโฆษณาต่างชาติไม่จำเป็นต้องเดินทางมายืนยันตัวตนในไทย แต่แพลตฟอร์มสามารถใช้ระบบตรวจเอกสารแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศต้นทาง เพื่อให้สามารถสืบสวนย้อนกลับไปยังตัวบุคคลได้เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น
นอกจากนี้ ภายหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ภาครัฐจะติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยวัดจากแนวโน้มการลดลงของสถิติโฆษณาหลอกลวงและความรวดเร็วในการระงับปัญหา ทั้งนี้ หากพบว่าแพลตฟอร์มใดละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด จนก่อให้เกิดความเสียหายจากมิจฉาชีพ แพลตฟอร์มอาจต้องมีความรับผิดชอบร่วมตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นกรณีไป
ยกระดับสกัดบัญชีม้า-โจรไซเบอร์ แนะ ปชช. รวบรวมหลักฐานแจ้ง 1441
มาตรการ "No ID, No Ads" ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการป้องกันภัยทางไซเบอร์เชิงโครงสร้าง หลังจากที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการผ่านโซเชียลมีเดียติดอันดับต้นๆ ของคดีออนไลน์ที่มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์มากที่สุด ซึ่งการไม่มีระบบจัดเก็บตัวตนผู้ลงโฆษณาในอดีตทำให้มิจฉาชีพมักอาศัยบัญชีม้าในการทำธุรกรรมและหลบเลี่ยงการจับกุม
สำหรับประชาชนที่พบเห็นโฆษณาที่มีพฤติการณ์หลอกลวงหรือตกเป็นผู้เสียหาย นางสาวลลิดาแนะนำให้บันทึกหลักฐานสำคัญทันที ได้แก่ ภาพถ่ายหน้าจอ ลิงก์โฆษณา ชื่อบัญชีผู้ลงโฆษณา ข้อความการสนทนา และสลิปหลักฐานการโอนเงิน จากนั้นให้รีบประสานงานแจ้งอายัดบัญชีกับธนาคาร และแจ้งความร้องทุกข์ผ่านสายด่วนศูนย์ AOC 1441 หรือระบบแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายประสานขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มเพื่อติดตามดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป