รฟม. เปิดแผนรถไฟฟ้าหาดใหญ่ 12.54 กม. รอ พ.ร.ฎ. ไฟเขียว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวใต้
รฟม. เปิดแผนพัฒนารถไฟฟ้าหาดใหญ่ ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร 12 สถานี ปัจจุบันรอ พ.ร.ฎ. บังคับใช้ ก่อนเดินหน้าทบทวนความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด หวังยกระดับการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และท่องเที่ยวภาคใต้
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดเวทีเสวนา “MRTA Future Connect ก้าวต่อไปของ รฟม.” เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงานและแผนพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในอนาคต โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ก่อนเข้าสู่การศึกษาทบทวนความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการ
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า รฟม. มีเป้าหมายขยายบทบาทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปสู่เมืองหลักในภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง ส่งเสริมการพัฒนาเมือง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่
ปัจจุบัน รฟม. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลักภูมิภาครวม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และสงขลา โดยแต่ละพื้นที่จะต้องมีการทบทวนรูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับผังเมือง ระบบจราจร พฤติกรรมการเดินทาง สภาพภูมิศาสตร์ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ รฟม. พิจารณาปรับปรุงแผนงานของแต่ละโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ความคุ้มค่า ประโยชน์ต่อประชาชน ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และศักยภาพในการสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวเส้นทาง
สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นางอัญชลี คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองวางแผนโครงการรถไฟฟ้า รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า รฟม. ระบุว่า โครงการมีจุดเริ่มต้นจากแผนพัฒนาระบบคมนาคมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งเดิมมีแนวคิดนำระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลแบบคร่อมรางมาใช้
แนวเส้นทางเบื้องต้นเริ่มต้นจากแยกคลองหวะ ไปตามถนนกาญจนวนิชถึงแยกคอหงส์ ก่อนเข้าสู่ถนนเพชรเกษมไปยังสถานีรถตู้ รวมระยะทาง 12.54 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี พร้อมโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่งบริเวณสถานีคลองหวะ และมีจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการเดินทาง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้
ต่อมา คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 มีมติมอบหมายให้ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว โดยหลังรับมอบหมาย รฟม. ได้ดำเนินการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้ รฟม. มีอำนาจดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา
ปัจจุบัน สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอยู่ระหว่างนำร่าง พ.ร.ฎ. ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยเมื่อ พ.ร.ฎ. มีผลบังคับใช้ รฟม. พร้อมเดินหน้าศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป
การศึกษาครั้งใหม่จะครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรม เทคนิค เศรษฐศาสตร์ การเงิน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการประมาณการจำนวนผู้โดยสาร การกำหนดอัตราค่าโดยสาร และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานอื่นในพื้นที่
รฟม. ยังเตรียมนำบทเรียนจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่เมื่อปี 2568 มาประกอบการวิเคราะห์และออกแบบโครงการ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานมีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน พร้อมเตรียมลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
ทั้งนี้ หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ การค้า และบริการของภาคใต้ โดย รฟม. ประเมินว่า หากโครงการเปิดให้บริการได้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดมลพิษทางอากาศ รวมถึงช่วยกระตุ้นการพัฒนาเมือง การลงทุน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในพื้นที่
นายกาจผจญกล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางในระยะต่อไปของ รฟม. ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่ แต่ยังมุ่งยกระดับบริการ ระบบตั๋วโดยสาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับนโยบายค่าโดยสารของรัฐบาลและพฤติกรรมผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน รฟม. มีแผนเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับระบบรถไฟฟ้า โดยต่อยอดทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ พัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และพัฒนาพื้นที่รอบสถานี เพื่อให้สถานีรถไฟฟ้าเป็นมากกว่าจุดรับส่งผู้โดยสาร แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเดินทาง เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ รฟม. จะเดินหน้าพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ควบคู่กับการดำเนินงานตามแนวทาง ESG เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดผลกระทบจากการก่อสร้าง และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว